ตอนที่ ๙ ความทรงจำ

******


๔๘๖
หลวงลุงที่ วัดชี เคยชี้ชัด
ดวงจะผลัด โชคดี ปีมะเส็ง
ปีสองศูนย์ดวงจะเด่นเป็นตัวเต็ง
ท่านช่างเก็งแม่นถนัดอัศจรรย์

๔๘๗
ให้นึกถึงครั้งหนึ่งที่ลำบาก
แม้เหนื่อยยากผ่านไปได้ตามฝัน
ได้บรรจุ เป็นครู กรมสามัญฯ
งานสำคัญสร้างไทยให้้พัฒนา

๔๘๘
ได้มาอยู่โรงเรียนไกลปืนเที่ยง
จะหลบเลี่ยง อย่างไร มีใครว่า
ด้วยภาระ หน้าที่ ที่มีมา
มันปักคาสำนึกความเป็นครู

๔๘๙
เรื่องที่นอนหมอนมุ้งก็ยังขาด
ไม่สามารถเลือกเฟ้นที่เป็นอยู่
อาศัยเสื่อ ครูใหญ่ ประถมปู
ไม่เอาหรูแค่หมอนนอนสบาย

๔๙๐
ตกค่ำคืน ตื่นตา มาวันแรก
ให้นึกแปลก ใจอยู่ ไม่รู้หาย
ที่บ้านพัก มีปู อยู่มากมาย
ขึ้นปีนป่าย ตอไม้ ชวนให้แล


๔๙๑
จึงถามครู ที่อยู่ มาเก่าก่อน
เกาะเป็นก้อน ที่ดู ปูแสม
พอน้ำขึ้น บางที มีเป็นแพ
เอามาแปรรูปง่ายได้ปูดอง



ปูแสม

๔๙๒
จำจะจับใส่เกลือเผื่อกลับบ้าน
คิดอยู่นานจึงขยับไล่จับต้อง
เอาถุงเท้าสวมมือจนหนาูพอง
หนีบจนร้องเลยใส่ไว้ป้องกัน

๔๙๓
ไล่ตะคุบหนุบหนับจับปูแสม
เลือกตัวแก่ จับได้ เอาใส่ขัน
แต่ปูไต่ หลบลี้ หนีไปพลัน
จากใช้ขันเปลี่ยนถังมาขังแทน

๔๙๔
เพลินจนลืมเวลาเจียนห้าทุ่ม
ยุงก็ชุม รุมกัด สาหัสแสน
ทนไม่ได้ยุงร่อเหมือนต่อแตน
ต้องวิ่งแจ้นหายาหม่องมาถูทา

๔๙๕
ตื่นตอนเช้าวันใหม่ได้ไปสอน
มีหลายตอน นักเรียน หัวร่อร่า
บ้างส่งสัย เมื่อคืนไป ที่ใดมา
ผื่นเต็มหน้า ที่แท้ ครูแพ้ยุง

๔๙๖
ได้ปูมา มีคุณป้า รับดองให้
จับจัดใส่โหลแก้วมัดใส่ถุง
กลับพระบาทฝากแม่ยายพี่ชายปรุง
ไม่ยากยุ่ง แม่เขา ขายข้าวแกง
(พระบาท = อ.พระพุทธบาท)

๔๙๗
เมื่อเริ่มไป ที่นั่น วันใหม่ใหม่
มองใกล้ไกล เห็นกังหัน มีหลายแห่ง
หมุนติ้วติ้ว น่าชม ยามลมแรง
ที่หลายแปลงแบ่งมาเป็นนาเกลือ

๔๙๘
ในผืนนา เรียบสวย ด้วยลูกกลิ้ง
ไม่มีสิ่ง อื่นใด ให้หลงเหลือ
แล้วผันน้ำ เค็มใส่ ไร้สีเจือ
ลงนาเพื่อ แดดจ้า พาน้ำไป

๔๙๙
น้ำเกือบเหือด แห้งดี มีตกผลึก
ขาวเป็นปึกมองเห็นเป็นเกล็ดใส
เกลือถูกโกยเป็นกองมองเพลินใจ
แล้วขนใส่ ยุ้งฉาง ที่ข้างนา

๕๐๐
อยู่ไม่นาน เปลี่ยนมา เป็นนากุ้ง
คงจะรุ่ง มาแรง ด้วยแพงกว่า
ผืนนาเกลือเริ่มหายจากสายตา
กลับกลายมาเลี้ยงกุ้งกันหลายราย

๕๐๑
คลองน้ำกร่อยมีปลาเข้ามาอยู่
บ้างเห็นปูทะเลเขาเร่ขาย
จะจับหา ตามดู ช่างง่ายดาย
มีมากมาย ซึ่งวิธี ที่จะทำ

๕๐๒
เที่ยวดุ่มเดินหิ้วตะกร้าตามลูกศิษย์
สาวสะกิดกันดูครูแล้วขำ
ไม่สนใจ ใครดู หัดรู้จำ
ลูกศิษย์นำ ครูตาม หาจับปู

๕๐๓
ยามน้ำลงขอดคลองพามองเห็น
รูปูเป็น ที่ปู อาศัยอยู่
บ้างแอบตรง ดงแสม แลลำพู
บ้างขุดรู อาศัย อยู่ในโพรง

๕๐๔
หน้ารูปู มองเด่น เห็นรอยเท้า
เป็นทางยาวคลานมาจากที่โล่ง
มีขุยโคลน เก่าใหม่ ปนเชื่อมโยง
ก็โก้งโค้ง แหย่เหล็ก ลงในรู

๕๐๕
ตะขอเหล็กไม่ใหญ่ใช้สองหุน
แหย่แล้วหมุนเรื่อยไปแค่เพียงครู่
เสียงกุกกักเมื่อเหล็กต้องกระดองปู
ก็เกี่ยวดู ลากเจ้า เอาขึ้นมา

๕๐๖
เอาเหล็กกดตัวฉับแล้วจับมัด
แล้วจับยัด ลงใส่ ในตะกร้า
ที่รูลึก เคี้ยวคด ใช้เวลา
ก็ขุดหา ด้วยพลั่ว เอาตัวมัน

๕๐๗
วิธีหนึ่งพบเห็นกันบ่อยบ่อย
ปักเบ็ดคอยริมวังบนแนวสัน
ใช้เนื้อปลาผูกด้ายต่อปลายคัน
เนื้อปลานั้น ล่อปู ให้มากิน

๕๐๘
เมื่อสายเบ็ด ตึงสั่น คันก็ไหว
อาจเป็นได้ ปูพา เนื้อปลาดิ้น
ค่อยค่อยยก คันขึ้น จากพื้นดิน
เห็นจนชิน ใช้สวิง ช้อนขึ้นมา


ปูทะเล

๕๐๙
มาบัดนี้ ไร้ภาพ เคยเห็นอยู่
ต้องสั่งปู กันมาก จากพม่า
มาฟูมฟัก ขุนไป ใช้เวลา
จับเอามา เลี้ยงขัง ลังละตัว

๕๑๐
เลี้ยงเป็นแพเรียงรายราวไม้หาม
ทำเป็นฟาร์ม ปูนิ่ม มากมายทั่ว
บ้างเกี่ยวข้องท่องเที่ยวเกี่ยวกับทัวร์
เป็นเจ้าสัว ร่ำรวย ด้วยปูทะเล



ฟาร์มเลี้ยงปูนิ่ม
@

๕๑๑
ปีสองหนึ่งสร้างอาคารชั่วคราวก่อน
มีห้องสอน ห้องพักครู ดูไม่เก๋
ได้แยกจากน้องประถมสมคะเน
ยึดทำเล ใกล้น้ำ ริมลำคลอง

๕๑๒
บ้านพักครู หลังใหม่ ได้สี่หลัง
แต่บ้านยังแบ่งได้เป็นสองห้อง
หลังที่หนึ่ง ครูใหญ่ ได้จับจอง
แต่ลูกน้อง ทุกคน ไม่สนใจ

๕๑๓
เลยได้อยู่คนเดียวไม่เกี่ยวข้อง
มาเลือกพักข้างห้องของครูใหญ่
เรื่องกวาดถู ดูแล ก็ทำไป
บ้านหลังใหญ่ครอบครองเพียงสองคน

๕๑๔
แต่ก่อนนี้โรงเรียนนักเรียนน้อย
ตำแหน่งพลอยแค่ครูใหญ่สมเหตุผล
อาจารย์ใหญ่มีนักเรียนหลายร้อยคน
นักเรียนล้น เรียกผู้ อำนวยการ

๕๑๕
ครูใหญ่ท่าน นามศิริ สุงคาสิทธิ์
ท่านตั้งจิต มาอยู่ บริหาร
สวนกุหลาบ ขึ้นชื่อ มาช้านาน
ถิ่นทำงานเก่าก่อนท่านสอนมา

๕๑๖
มีน้ำใจ แน่นหนัก รักลูกน้อง
ให้ปรองดองรักใคร่ไม่อิจฉา
ด้วยผลแห่งความดีมีเมตตา
จึงชักพา ยิ่งใหญ่ ในวงครู

@
( อ้างอิง ผอ.ศิริ สุงคาสิทธิ์ อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย )

๕๑๗
เมื่อมีครู ครบครัน อาคารขาด
จึงเริ่มวาด ผังอาคาร ฐานที่อยู่
เป็นอาคาร สองชั้น ประมาณดู
ต้องขุดคู ถมสร้าง ตรงกลางวัง

๕๑๘
การบุกเบิก ก่อร่าง ในครั้งโน้น
ต้องขุดโคลนโกยดินตามแนวผัง
ทั้งชาวบ้าน ครูร่วม รวมกำลัง
ภาพนั้นยัง ซาบซึ่ง ตรึงติดตา

๕๑๙
หิ้วข้าวหม้อแกงหม้อขอมาช่วย
ที่ร่ำรวย เงินทอง กองจัดหา
ที่ขัดข้อง ไม่มี เจ้าตัวมา
รับอาสา อยู่ด้วย ช่วยกันไป

๕๒๐
แล้วไม่นาน อาคาร ก็สำเร็จ
แถมยังเสร็จ สร้างถัง น้ำฝนใหญ่
ยาวตลอด อาคาร ขนานไป
เก็บกักน้ำ ไว้ใช้ ตลอดปี



โรงเรียนพิทยาลงกรณ์พิทยาคม
แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร

@

๕๒๑
คนที่บ้าน รับรู้ อยู่เมืองหลวง
ต่างเป็นห่วงกลัวหลงไฟแสงสี
ทั้งมีสิ่ง ยุยั่ว ทั้งชั่วดี
ด้วยมากมี ผู้คน ปะปนกัน

๕๒๒
ได้เล่าแจ้งจนเข้าใจไม่ข้องจิต
ว่าที่คิด หาใช่ ตามนึกฝัน
ด้วยที่ตั้งโรงเรียนกรมสามัญ
บรรจุฉัน อยู่ใกล้ ชายทะเล

๕๒๓
อยู่แถวบางขุนเทียนเขตติดต่อ
กทม. มหาชัยเมืองใหญ่เก๋
เขาขึ้นชื่อ ลือชา ท่าตังเก
แหล่งเที่ยวเตร่ที่ไหนก็ไม่มี

๕๒๔
จะ เดินทางเข้าเมืองมิใช่ใกล้
มอเตอร์ไซต์รับจ้างมีซ้อนขี่

ต้องนั่งเรือ ต่อมา ท่าอีกที
เรียกท่านี้ หัวถนน เป็นต้นทาง

๕๒๕
มอร์เตอร์ไซค์วิ่งได้แบบเชื่องช้า
ใช้คันนาเป็นถนนทางไม่กว้าง
บ้างขรุขระเหมือนเป็นเช่นหลุมพลาง
รถรับจ้าง วิ่งไป ท้องไส้รวน

๕๒๖
ถึงปลายทางเขาเรียกปากครองห้า
มีสะพาน ข้ามท่า พอเดินสวน
รถสองแถว จอดรอ ร้องเชิญชวน
"ด่วนครับด่วนเข้าเมืองมหาชัย"

๕๒๗
มีเพื่อนครู รุ่นพี่ ที่ไปกลับ
สอนเสร็จสรรพจำเป็นแม้ไม่ใกล้
หากฝนตก ลุยโคลน ย่ำเดินไป
เมื่อยามรถมอร์เตอร์ไซค์นั้นไม่มี

๕๒๘
ถามพี่เขากลับทำไมให้ลำบาก
เดินทางยาก น่านอน เสียที่นี่
พี่บอกห่วง ทางบ้าน ทุกนาที
ด้วยเพิ่งมี ลูกอ่อน รอดูแล

๕๒๙
จะยากเย็น เพียงใด ขอได้กลับ
ฝนจะตก ไฟจะดับ ก็แล้วแต่
ยามค่ำคืน ลูกร้อง ไห้งอแง
จะให้แม่เขาคนเดียวก็กระไร

๕๓๐
แกล้งเอ่ยคำกระเซ้าเข้าเย้าแหย่
ความจริงแท้คิดถึงแม่เขา่ใช่ไหม
พี่ยืดอก ยิ้มกว้าง อย่างมีนัย
สุดหัวใจ นั่นหรือ คือเมียเรา

@
(แด่พี่ทินกร ตาลงามดี อดีต อาจารย์วิชาสอนภาษาไทย โรงเรียนวัดราชบพิธ)

๕๓๑
อยู่โรงเรียนแสนสนุกกับการสอน
ได้พักผ่อนตอนเย็นพอหายเหงา
มีคุณลุงภารโรงช่วยบรรเทา
แกคอยเฝ้าเอาใจใส่อย่างดี

๕๓๒
ท่านผู้นี้เป็นภารโรงกิตติมศักดิ์
มีใจรัก บริการ ทำงานนี่
ฐานะท่านทางบ้านเข้าขั้นมี
เงินเืดือนออกแต่ละทีไม่สนใจ

๕๓๓
ที่ทางบ้านท่านนี้มีวังกุ้ง
คืนยันรุ่งจับเป็นร้อยน้อยเมื่อไหร่
สิบกิโล สองพัน ทุกวันไป
จับคืนหนึ่งก็ได้หลายสิบโล

๕๓๔
มองเงินเดือนของฉันแค่พันกว่า
แต่ชาวบ้านนั้นหนาเขาว่าโก้
ราชการ ดูดี มีเติบโต
ได้สุโข สุขสันต์ ในบั้นปลาย

๕๓๕
ที่บ้านลุงจำได้ว่าหลังคาจาก
ใจดีมากนามกร"เชื้อน พึ่งสาย"
เกือบทุกเย็นเหนื่อยอ่อนได้ผ่อนคลาย
ได้สบาย ทุกที ที่บ้านลุง

๕๓๖
เย็นวันศุกร์สัปดาห์ใดไม่กลับบ้าน
เคยนั่งทาน น้ำทิพย์ เย็นยันรุ่ง
มีกุ้งห้อย ปูปลา เอามาปรุง
อิ่มจนพุง แน่นไป มีคายคืน

๕๓๗
เย็นหนึ่งเมา บ้าบอ ขอลงน้ำ
เที่ยวผุดดำจับปูริมน้ำตื้น
ลุงบอกคนท้องถิ่นไม่กินกลืน
แต่ขอฝืน ลองจับ มากินกัน

๕๓๘
ปูตัวใหญ่หลบในรูอยู่ใต้น้ำ
มีขนตาม ก้ามขา ดูอ้วนสั้น
ยามตกใจหดก้ามตัวกลมพลัน
ใช้มือเปล่าล้วงมันจากในรู

๕๓๙
ลุงตกใจ สงสัย ใยจึงกล้า
ว่าไม่บ้า ก็เมา เฝ้าลุ้นอยู่
หากนิ้วพลาดสอดไปในก้ามปู
อาจไม่อยู่ บนมือ อีกต่อไป

๕๔๐
ก็โชคดีกระมังไม่พลั้งพลาด
ด้วยมึนเมาหาญอาจจับปูใหญ่
จับมาได้ มากมาย จนพอใจ
เอามาใส่ ในซึ้ง ลองนึ่งกิน

๕๔๑
พริกมะนาว น้ำจิ้ม ชวนชิมรส
เพื่อนจ่อจด ลองดู เนื้อปูหิน
เป็นกับแกล้มชั้นดีมีเหล้าริน
เนื้อนุ่มลิ้นเคียวนานหวานในคอ

@
๕๔๒
เมื่อวังกุ้ง เริ่มวาย จับได้น้อย
เริ่มทะยอย เก็บลอบ ไม่ดักต่อ
ชาววังกุ้งกะเกณฑ์เพื่อนบ้านรอ
รุวังพอเป็นลำดับเพื่อจับปลา

๕๔๓
เขาปล่อยน้ำ จากวัง จวนแห้งผาก
ใช้อวนลาก ปลาส่ง ที่ตรงท่า
มีหลงเหลือที่รอดจากอวนมา
ก็เดินหา ไล่จับ กันวุ่นวาย

๕๔๔
กระพงขาวตัวโตสองโลกว่า
พุ่งถลาในโคลนมีมากหลาย
ใช้สวิง เลือกช้อน ตามสบาย
จับด้วยมืออาจโชคร้ายเหงือกบาดเอา

๕๔๕
ปลาที่ได้ส่วนใหญ่เป็นปลาหมอ
รสชาิติก็ ไม่ดี เหมือนใครเขา
เนื้อจืดชืด นักหนา ราคาเยา
นิยมเอา ตัวมา ทำปลาเค็ม

๕๔๖
ที่ติดใจเนื้อแน่นแสนอร่อย
เจ้าตัวน้อยมีเงี่ยงคมดังเข็ม
มีจุดกลมทั้งตัวเป็นลายเต็ม
จับมาต้ม นั่งเล็ม ติดใจนัก



ปลาตะกรับ

๕๔๗
ปลาอื่นอื่นมีมากดูหลากหลาย
มีมากมาย บางอย่าง ไม่รู้จัก
มีปลากด ตัวเล็ก ทำเงี่ยงยัก
มีคนทัก เรียกว่า ปลาอีกง

๕๔๘
ทำปลาเค็มเนื้อร่วนชวนลองลิ้ม
ใครได้ชิม รับรอง เป็นต้องหลง
ข้าวต้มกุ๊ย เลิศรส ซดบรรจง
อย่าเพ่องง เรียกหา ปลากุเลา

๕๔๙
ปลาสีซอมองเห็นเป็นปลาสร้อย
พาให้พลอยคิดถึงบ้านลำธารเก่า
ข้างตัวมี แถบดำ เหลืองแซมเทา
ชาวบ้านเล่า ร้องที่ เหมือนสีซอ

๕๕๐
กระพงหิน ตัวแบน แสนน่ารัก
ไม่ใหญ่นัก ดูไป คล้ายปลาหมอ
มีลายพาด ขวางตัว ดังเสือตอ
จับมาพอ ใส่ตู้ ดูเพลินเพลิน

๕๕๑
การรุวัง สั่งลา เสร็จนากุ้ง
เพื่อนบ้านมุงช่วยกันน่าสรรเสริญ
สังคมนี้ มีที่ใด ให้จำเริญ
อย่าหลงเพลินในอำนาจจ้องฟาดฟัน

๕๕๒
ชีวิตคน อยู่ไป ใช่ค้ำฟ้า
ควรจะหา ความดี ที่สร้างสรรค์
ละเว้นโลภโกรธหลงเพียงหนึ่งวัน
อาจผ่อนผันทุกข์ได้หลายร้อยปี

@

๕๕๓
ปีสองห้าสองสองสยองเหตุ
สุดสังเวชเกิดเรื่องไม่ควรที่
ชาวนากุ้งวอดวายหลายชีวี
รวมกันทีมากกว่าห้าสิบคน

๕๕๔
ส่วนใหญ่เป็นหัวหน้าของครอบครัว
ไปร่วมทัวร์ภาคใต้แดนชุกฝน
มุ่งภูเก็ตบ้างไปไม่เคยยล
บ้างร่วมปนส่งหัวหน้าสหกรณ์

๕๕๕
บ้างก็ไปซื้อกุ้งพันธุ์ตัวใหญุ่่์
เดินทางไปโดยไม่มีที่สังหรณ์
ถึงพังงารถบึ่งตะบึงตะบอน
รถทัวร์ร่อนชนรถขนน้ำมัน

๕๕๖
น้ำมันไหลเปลวไฟท่วมทั้งรถ
ไฟไหม้หมดทุกชีวาถึงอาสัญ
ภาพข่าวลงติดต่อหลายคืนวัน
ศพใครกันบอกไม่ได้ไหม้เป็นจุณ

๕๕๗
ฌาปนกิจร่วมกองเถ้ากระดูก
เหลือเพียงลูกเมียตัวเศร้าหัวหมุน
บ้างตีอก ชกหัว ดูชุลมุน
เมื่อสิ้นบุญ สามี ที่ลาลับ

๕๕๘
ยามค่ำคืน บางที มีหมาหอน
ข่มตานอนลำบากยากจะหลับ
เป็นเช่นนี้หลายเดือนมิได้นับ
กลัวจริงครับต้องหาเพื่อนมานอน

@