บทที่ ๗ ฝึกสอน

******

๓๖๓
เข้าภาคเรียนที่สองต้องฝึกสอน
วิชาก่อนเป็นครูต้องศึกษา
เพื่อสั่งสมประสบการณ์ผ่านเวลา
จบออกมาเพื่อสอนคนได้อย่างดี

๓๖๔
เลือกโรงเรียนห่างไกลไปชนบท
หนึ่งกำหนดไปโรงเรียนบางกระดี่
พระรามสองทางไปไม่ไคร่ดี
เลือกวัดอุดมรังสีโรงเรียนไกล

๓๖๕
ต้องนั่งรถโดยสารผ่านบางแค
เมื่อก่อนแล ไม่เห็น มีตึกใหญ่
ผ่านวัดม่วงเหมือนออกนอกเมืองไป
มีหมู่ไม้ให้มองสองข้างทาง

๓๖๖
มีเจ็ดคน รวมมี ที่ฝึกสอน
มีบ้านนอนพักอยู่ดูกว้างขวาง
หัวหน้าทีมสูงใหญ่ไม่บอบบาง
เป็นบุตรชายผู้กว้างแห่งฝั่งธนฯ

(อ้างอิง คุณอภิชาติชาย บุญลือ บุตรชาย พล.ต.ต.สมชาย บุญลือ ขณะนั้นเป็นผู้บัญชาการตำรวจนครบาลธนบุรี)

๓๖๗
เดือนก่อนนั่ง รถผ่าน ย่านจอแจ
เขาบอกว่า บางแค เลยฉงน
ด้วยบัดนี้ ตึกราม เมื่อยามยล
เปลี่ยนไปจน ทันสมัย ใช่ซ่อมแซม

๓๖๘
แต่เดิมหน้าโรงเรียนเป็นที่ว่าง
ยังรกร้าง ยังไม่ตั้ง เขตหนองแขม
ได้ฝึกสอน ชนบท ต้องค้างแรม
หน้าที่แถม ปรุงอาหาร คนละวัน

๓๖๙
งานของครูดูไปเหมือนไม่ยาก
เป็นครูคน ลำบาก ยากมหันต์
ต้องมีจิต แน่นหนัก รักผูกพัน
เพื่อศิษย์นั้นเติบใหญไปได้ดี

๓๗๐
ต้องโอบเอื้ออาทรสั่งสอนเล่า
คอยกล่อมเกลาให้รู้จักรักหน้าที่
ประสบการณ์หลายหลากที่มากมี
ครูชัดชี้ สอนเจ้า จนเข้าใจ

๓๗๑
สัมผัสเพียง ไม่ลึก แค่ฝึกสอน
ยังโอนอ่อน ครูแท้ จะแค่ไหน
คงทุมเท หมดจิต คิดไปไกล
ว่าจบไป ไม่เว้น ต้องเป็นครู

๓๗๒
มีมากคำย่ำเย้ยเอ่ยให้หม่น
ว่าครูคนวันนี้ที่มีอยู่
เข้าอะไรไม่ได้ก็กรายกรู
เข้าเรียนดูมากล้นเดินชนกัน

๓๗๓
เคยคิดไหมอย่างไหนค่าเรียนถูก
ให้หลานลูก ชาวนา มาสานฝัน
เรียนพิเศษอย่างน้อยหลายร้อยฟัน
ก็คนมันต่างกันที่ต้นทุน

๓๗๔
ก็เกิดมายากจนต้นทุนน้อย
ไม่มีคน นั่งคอย มาอุดหนุน
เด็กรุ่นหลัง ยังดี ที่มีบุญ
ต้องขอบคุณรัฐด้วยช่วยดูแล

@

๓๗๕

ดวงชะตาช่างกระไรอยู่ใกล้น้ำ
ไม่พ้นกรรมหุ้นส่วนกับอวนแห
บ่ายโรงเรียนเลิกพลันไม่ผันแปร
หมกมุ่นแต่ หาปลา เอามากิน

๓๗๖
หลังโรงเรียนวัดอุดมรังสี
ก่อนเก่ามี บ่อน้ำ ประจำถิ่น
เขาขุดไว้ลึกล้นขนมูลดิน
ไปถมสิ้นที่ทางสร้างอาคาร

๓๗๗
เมื่อมีน้ำก็มีปลามาอาศัย
วันเวลาผ่านไปหลายปีผ่าน
ทั้งหมอช่อนดุกบู่อยู่มานาน
ไร้ชาวบ้านย่านใดไปรบกวน

๓๗๘
จึงเติบโตเจริญวัยอยู่ในบ่อ
จับปลาหมอมาได้ตัวใหญ่อ้วน
ทำแกงคั่วน่ากินกลิ่นอบอวล
จึงเชิญชวนเพื่อนลิ้มชิมเนื้อปลา

๓๗๙
เคยยินปลาค้างปีนี้ตัวใหญ่
เพิ่งจับได้ที่นี่ครั้งนี้หนา
หมอไทยสี่ตัวชั่งไม่หลอกตา
จำได้ว่าเกือบถึงหนึ่งกิโล

๓๘๐
ยามวิกาลใกล้ไกลในบ่อกว้าง
เสียงโผผางตูมตามยามดึกโข
ให้นึกว่า มีฝูง ปลาชะโด
มาเติบโต ในบ่อ รอท้าดวล

๓๘๑
ตกค่ำล่อด้วยเบ็ดนึกเสร็จแน่
ถ้าหากแม้ ฮุบถนัด จะวัดสวน
รอไม่นาน คันเบ็ด ก็โค้งรวน
ตวัดทวนเอ็นขาดจากปลายคัน

๓๘๒
ใจหนึ่งนึก ไม่ดี ว่าผีหลอก
ตะโกนบอก เพื่อนไป อกใจสั่น
ว่าโดนปลา ชะโด ตัวสำคัญ
มันกัดพา เบ็ดนั้น ดำน้ำไป

๓๘๓
จึงถามครู ที่อยู่ มาเก่าก่อน
บอกปลาช่อนดอกหนาที่ว่าใหญ่
ฝึกสอนมา อยู่นี่ ไม่มีใคร
เคยจับได้เป็นเป็นแม้ฝึกปรือ

(อ้างอิง อ.สุรพล ครูประจำการโรงเรียนวัดอุดมรังสี ปี พ.ศ.๒๕๑๙
จำได้ว่าขาท่านข้างหนึ่งท่านบาดเจ็บถาวร เดินไม่ถนัด )


๓๘๔
ลูกแม่น้ำ หัวใจ อยู่ในน้ำ
หากแม้นทำ ไม่ได้ ให้เสียชื่อ
ทั้งมีพ่อเหมือนพรานยอดฝีมือ
คนยอมรับนับถือเรื่องหาปลา

๓๘๕
จึงเดินทางกลับไปยังโคราช
ด้วยมุ่งมาดให้พ่อคลายปัญหา
เล่าเรื่องแจ้งแถลงไขที่ได้มา
พ่อสายหน้า เมินใส่ ไม่แนะนำ

๓๘๖
พร่าชีวิตผักปลามามากแล้ว
ด้วยพ่อแคล้วผ่อนคลายหลายฉนำ
ไม่อยากเกี่ยวอยากก่อไปต่อกรรม
ที่เคยทำ มากล้น คณนา

๓๘๗
แล้วชี้นิ้วไปที่รถบรรทุก
ความไม่สุขหมองหม่นแทรกบนหน้า
เป็นกี่ล้านชีวิตอนิจจา
ไม่รู้ถ้า ใส่รถนี่ ได้กี่คัน

๓๘๘
ก็เอ่ยแย้งไม่เห็นด้วยเหมือนช่วยปลอบ
แม้นไม่ชอบก็อาชีพเคยเลี้ยงฉัน
จะว่าบาป หรือก็ใช่ ไหนสำคัญ
ไม่ทำนั้น เราจะอยู่ ได้อย่างไร

๓๘๙
จะเอ่ยถามอย่างไรก็ไม่บอก
พ่อย้อนยอกคุยเฟื่องเรื่องเฉไฉ
แม้เซ้าซี้อ้อนวอนจนอ่อนใจ
หามีไม่ คำไข ที่ต้องการ

๓๙๐
ก่อนลากลับบอกให้ไปเยี่ยมปู่
ฝากแมลงดา่ขวดหรูปรุงอาหาร
ฝีมือพ่อ จับได้ ในโรงงาน
เมื่อถึงบ้านที่ผักไห่ี่ให้ปู่เลย

๓๙๑
ก็เอียงคอมองแลหวังแหย่เย้า
นี้ก็บาป ไม่เบา นะพ่อเอ๋ย
ตอนที่อยู่จับเป็นปี๊บก็ยังเคย
ก็ไหนเอ่ยเกรงบาปจับทำไม

๓๙๒
พ่อง้างเท้าทำท่าเข้ามาถีบ
จึงต้องรีบ ระวัง หันหลังให้
เสียงอ่อนโยนผ่านหูดูห่วงใย
เอ็งรีบไปไวไวซะเดี๋ยวจะเย็น

@
๓๙๓
จากสูงเนินรถโดยสารผ่านสีคิ้ว
รถวิ่งฉิว ขึ้นเนิน เคยเดินเล่น
แต่เก่าก่อนทางมองแค่สองเลน
รถขึ้นล่องจำเป็นวิ่งสวนกัน

๓๙๔
ถึงคลองไผ่ทางเบี่ยงเลี่ยงทางเก่า
ทางเดิมอยู่ เชิงเขา ใต้น้ำนั่น
เขาสร้างอ่างเก็บน้ำจึงท่วมพลัน
จึงเลี่ยงสรรค์ทางใหม่ใหญ่กว่าเดิม

๓๙๕
มองเห็นเหมือนภาพวิวจรดผิวน้ำ
เป็นเนินต่ำเขียวครามตามแต่งเสริม
สายหมอกบางลอยแซมแต่งแต้มเติม
ชวนให้เคลิ้มกระไรเมื่อได้มอง

๓๙๖
รถวิ่งขึ้นลงเขาเข้าหลายโค้ง
มาจอดตรงสถานีที่ปากช่อง
เห็นเขาขายผลไม้เป็นหลายกอง
แถวนี้ต้อง น้อยหน่า ผลน่ากิน

๓๙๗
ปากช่องถึงสระบุรีทางที่ผ่าน
ก็ใกล้บ้าน พี่ชาย เขาย้ายถิ่น
พระพุทธบาทเคยมาหาเป็นอาจิณ
พี่เขาสิ้นความโสดด้วยสาวงาม

๓๙๘
ผ่านหินกอง หนองแค แค่วังน้อย
ก็นั่งคอย รถใหม่ คอยไต่ถาม
ต้องต่อรถ อ่างทอง มองทุกยาม
ถึงเขตคาม ป่าโมกข์ ค่อยเบาใจ

๓๙๙
ลงเรือข้ามเจ้าพระยาที่ป่าโมกข์
เห็นภาพโศกแสนเศร้าคราวไฟไหม้
ทั้งตลาด เจอพิษ อัคคีภัย
เหลือตอไม้ เถ้าถ่าน ให้รันทด

๔๐๐
เดินแต่เด็ก เรื่องหลง คงไม่พลาด
แถวนี้อาจ เรียกชื่อ บางปลากด
ห้านาที ก็มา ถึงท่ารถ
ทางลูกรัง เคี้ยวคด เก้ากิโล

๔๐๑
รถจอดลงตรงข้ามฟากผักไห่
ต้องต่อเรือ แล่นไป ไม่ไกลโข
มีเรือจอดมากเหลือเหนือวัดโพธิ์
โดยสารเข้าลาดชะโดสะดวกดี

๔๐๒
มีเรือนแพเรียงรายริมชายน้ำ
มีเรือจ้ำเรือพายในหลายที่
ตลาดน้ำ บางไหน ที่ว่าดี
ยังไม่เท่า บางนี้ ลาดชะโด

๔๐๓
มีเรือยนต์แล่นบ้างในบางครั้ง
เสียงไม่ดัง กวนใจ ให้โมโห
อยากกินปลาหาได้ก็ตัวโต
เห็นผุดโผล่มากมายในคูคลอง

๔๐๔
พักกับปู่วันรุ่งจึงลากลับ
ได้ตำรับจับปลาเรียนมาคล่อง
พร้อมเครื่องมือปู่มอบให้ครอบครอง
ให้กระหยิ่ม ยิ้มย่อง อยู่ในใจ

๔๐๕
เป็นไม้ไผ่เหลาโง้งดูงามนัก
เขาใช้ปัก จับปลา ตัวใหญ่ใหญ่
เชือกไนลอนเหนียวหนึบนี่กระไร
ปู่จัดให้ แบ่งมา สิบห้าคัน

@
๔๐๖
ใกล้พลบค่ำย่ำลงตรงชายบ่อ
เพื่อนเพื่อนขอเดินตามบนแนวสัน
เริ่มวันแรก ทั้งที สามสี่อัน
ปักให้มั่น ตั้งตรง จมลงดิน

๔๐๗
ใช้ไส้เดือนเกี่ยวล่อกะพอเหมาะ
เลือกจำเพาะเวิ้งแอ่งริมชายสินธุ์
ปักคันหนึ่ง กลางราง ที่น้ำริน
เมื่อเสร้จสิ้น จับเวลา ตั้งตาคอย

๔๐๘
สาวเท้าเดิน ยังไม่ ได้กี่ก้าว
ให้วูบวาบ ร้อนผ่าว ยันคอหอย
คันในรางโยกไหวคล้ายหลุดลอย
สั่นหยอยหยอยคล่านคลื่นตื่นใจนัก

๔๐๙
เปิดไฟฉาย ส่องดู จึงรู้แจ้ง
ตาคู่แดงมองเด่นเห็นประจักษ์
นึกเป็นปลาอะไรตัวใหญ่ยักษ์
ติดเบ็ดปักให้เห็นเป็นประเดิม

๔๑๐
เป็นปลาช่อนตัวโต"สองโล"กว่า
เศษหนักห้า ขีดได้ ใช่ใส่เสริม
ได้ปลาดุก อีกตัว มาเพิ่มเติม
เป็นการเริ่ม ต้นดี ที่น่าดู

๔๑๑
เบ็ดอีกสอง คันหาย ไปในน้ำ
ตอนหัวค่ำ มองเห็น ยังปักอยู่
ตอนยามดึก เดินมั่ว ก็กลัวงู
ด้วยหญ้าสูงท่วมหูไม่ปลอดภัย



ปลาช่อน

๔๑๒
มีท่านครู ผู้หญิง ที่นับถือ
ยังจำชื่อนามสกุลของท่านได้
เป็นแม่ครัว จำเป็น แต่เต็มใจ
ทำแกงป่าหม้อใหญ่กินหลายวัน

อ้างอิงด้วยความเคารพ คุณครูองุ่น จั่นแก้ว
ครูประจำการ
โรงเรียนวัดอุดมรังสี ปี พ.ศ.๒๕๑๙
จำได้ว่าท่านมีบุตรชายฝาแฝด กับบุตรี


๔๑๓
จบประกาศนียบัตรการศึกษา
ชั้นสูงมา สอบบรรจุ ตามใฝ่ฝัน
เลือกโรงเรียนไม่ดังเพื่อนเมินกัน
หวังที่นั่น ห่างไกล ไม่มีคน

๔๑๔
ที่ไหนได้ ต่างหลบ จากที่อื่น
เลยไม่ชื่น ใจดัง ที่หวังผล
แพ้ทั้งทั้ง มั่นใจ อยู่ในตน
แต่ก็จนแต้มด้วยตระกูลดัง

๔๑๕
จึงบรรจุ ต่อมา ช้าไปหน่อย
ไม่นานเกินรอคอยตามที่หวัง
แต่ชีวิต ช่างเหินหก ตลกจัง
มองย้อนหลังกลับไปไม่ลืมเลือน

๔๑๖
เป็นโรงเรียนมัธยมซะด้วยนั่น
หนทางนั้นช่างไกลหาใดเหมือน
ต้องนั่งเรือ ผ่านไป ไร้บ้านเรือน
ใช่แดนเถื่อน ยังอยู่ กทม.

@

เพื่อนร่วมรุ่นฝึกสอน(ชนบท) โรงเรียนวัดอุดมรังสี ภาคเรียนที่ ๒ ปี ๒๕๑๙
ป.กศ.สูง ๔ คน

๑. นายอภิชาติชาย บุญลือ
๒. นายพงษ์ฤทธิ์  ชุนลิ้ม
๓. นายเผด็จ ภู่ประจำศีล
๓. นายพงศักดิ์ วุฒิสันต์

ป.กศ.ต้น ๓ คน ( จำนามสกุลไม่ได้ )
๑. นายประสิทธิ์ (เป็นมุสลิม)
๒. นายวันชัย
๓. นายวรพจน์