บทที่ ๖ ทางที่ก้าวเดิน

******

๒๙๗
เกิดเป็นคน ทำดี ถึงที่สุด
เป็นมนุษย์สืบวงศ์นั้นเรื่องใหญ่้
เป็นนักเรียนพากเพียรให้สุดใจ
เกิดเป็นครู สอนให้ เต็มกำลัง


๒๙๘
เป็นตำรวจกวดขันบรรเทาทุกข์
บำรุงสุข ปวงชน ทุกคนหวัง
เป็นทหารปกป้องชาติระมัดระวัง
เป็นหมอนั่ง รักษาไข้ ให้ผู้คน

๒๙๙
เป็นพยาบาลดูแลผู้ป่วย
เป็นนักมวยชกมวยเจ็บทุกหน
มองหาอาชีพไหนไล่ความจน
ตั้งแต่ต้น สนใจ วิศวกร

๓๐๐
ด้วยวิชา คำนวณ ส่วนถนัด
กลศาสตร์สันทัดชอบครูสอน
คณิตศาสตร์เรียนสนุกทุกขั้นตอน
ที่เรียนอ่อน ขี้เหร่ คือเคมี

(กลศาสตร์ ปัจจุบัน คือวิชาฟิสิกส์ )

๓๐๑
ต้องนั่งท่องสูตรกางตารางธาตุ
ต้องเปรื่องปราดเขียนไปให้เร็วรี่
สอบครั้งใดได้คะแนนไม่เคยดี
ถูกครูตี ครูด่า ว่าแกะดำ

๓๐๒
สุดท้ายก็ สู้ทน เอาจนได้
ได้คะแนน สะใจ ให้เพื่อนขำ
คะแนนบ๊วยของห้องครองประจำ
ครั้งนั้นทำได้เข้มเต็มคนเดียว

๓๐๓
เลยถูกครู สงสัย เรียกไต่ถาม
จึงแจงความตามจริงสิ่งข้องเกี่ยว
เหตุคะแนน ได้ดี เพราะไม้เรียว
ที่ครูเที่ยวหวดฉับให้อับอาย

๓๐๔
จึงตั้งหน้าตั้งตาอ่านยกใหญ่
ก็ทำได้ ดังใจ ที่มุ่งหมาย
จากนั้นมา ก็ให้ เรียนสบาย
ที่เครีียดหายคลายทุกข์สนุกเรียน

๓๐๕
มอศอสี่มอศอห้าท่านว่ายาก
ด้วยมีมากเนื้อหาคราอ่านเขียน
บ้างเรียนนานเหลือเกินเนิ่นจำเนียร
แม้พากเพียรเท่าไรไม่สมคิด

๓๐๖
บ้างรอผล สอบมา คราปลายภาค
นักเรียนมาก ผลสอบ ดูศักดิ์สิทธิ์
ทั้งทั่วไปสายศิลป์และสายวิทย์
ต้องมาติด ตัดสิน จากส่วนกลาง

๓๐๗
เขาจัดสอบมอปลายทั้งประเทศ
ด้วยขอบเขตทั่วไทยใหญ่กว้างขวาง
สอบพร้อมกัน ต้นปี ทุกที่ทาง
แต่ผลสอบ ออกกลาง มิถุนา

๓๐๘
บางคนหวัง ไปดี ต่อที่ใหม่
ก็สอบได้ สมใจ ปรารถนา
แต่ผลสอบ มอปลาย อนิจจา
มอศอห้า ไม่ผ่าน ก็มากมี

๓๐๙
รัฐจึงจัดเยียวยาผู้พลั้งพลาด
ให้โอกาส เด็กไทย ทุกถิ่นที่
สอบแก้ตัวกันใหม่เกือบท้ายปี
จัดพิธี สอบเดือน สิงหาคม

๓๑๐
เป็นโอกาสอันดีที่อยากรู้
จะสอบดูทุกอย่างทางเหมาะสม
เมื่อโอกาสมีให้เราได้ชม
อย่าได้ข่มใจคอยปล่อยเลยไป

๓๑๑
สอบสิงหาปีนั้นฉันสอบติด
จำไม่ผิด "เจินเจิน" ก็สอบได้
เพียงเวลา ปีกว่า มาได้ไกล
ฉันก็จบ มอปลาย ดังใจจง

๓๑๒
อีกสองเทอมกว่าจะครบจบช่วงชั้น
กว่าถึงวันสอบต่อพ่อประสงค์
อยากให้ลูกเป็นตำรวจว่ามั่นคง
ช่วยเสริมส่งญาติวงศ์พงษ์ประยูร

๓๑๓
เหมือนลูกป้า ชาวนา ที่ผักไห่
ฐานะแกเดิมไซร้เริ่มจากศูนย์
มีลูกเต้า เชิดชู วงศ์ตระกูล
จึงเพิ่มพูน ศักดิ์ศรี มีหน้าตา

๓๑๔
ทุกทุกวัน ไก่ขัน ลั่นเสียงปลุก
ต้องรีบลุกจากที่นอนไปล้างหน้า
ชุดพละรองเท้าเตรียมเอามา
เงยหน้าดู นาฬิกา ตีห้าตรง

๓๑๕
พ่อให้วิ่ง ออกกำลัง ทั้งเช้าค่ำ
จำต้องทำ ตามใจ พ่อประสงค์
แต่ตัวฉัน ตั้งใจ ไว้มั่นคง
ไม่อาจปลงคิดเห็นเป็นอื่นไป

๓๑๖
วิศวะ นี่ละ ประทับจิต
ใช้ความคิดความอ่านโรงงานใหญ่
เขาจ้างมาเงิินเดือนแพงเกินใคร
มันจูงใจ ฉันมาก จนอยากเป็น

๓๑๗
แต่พ่อเกลียด บอกพวกนี้ มันขี้เต๊ะ
ชอบอะเอะ ว่าคนงาน ให้พ่อเห็น
มันมัดห่อ ทออะไร ก็ไม่เป็น
ดีแต่เพลินเดินเล่นในโรงงาน

๓๑๘
แม้เอ่ยเล่าอธิบายให้พ่อรู้
ว่าหน้าที่เขาอยู่คอยประสาน
คอยวางแผนอยู่ช่วยผู้จัดการ
ทุกวันวานใช้สมองและปัญญา


๓๑๙
ทั้งตรวจสอบคุณภาพให้รอบครอบ
ด้วยกระสอบ ทุกวัน ทอหมื่นกว่า
ส่งออกขาย จึงดี มีราคา
เขาจึงมา อยู่ด้วย ช่วยดูแล

๓๒๐
จะกล่าวอ้างอย่างไรไม่รับรู้
นึกในใจ ว่า"กู" ตำรวจแหง
เพราะลูกป้า ชวนพ่อ อยู่จอแจ

ว่าลูกแก หน่วยก้าน มันเข้าที

๓๒๑
จบมอปลายให้ไปสมัครสอบ
ฉันจะมอบ ลูกน้อง ในหน้าที่

ให้ดูแลช่องทางเป็นอย่างดี
ต่อแต่นี้ ให้มัน ฟิตร่างกาย

๓๒๒
จึงต้องจำ ฝืนใจ
ในการนี้
วิ่งทุกทีกลับบ้านก็จวนสาย
ห่างจากบ้าน ยังมี ที่สบาย
ให้ผ่อนคลายนอนต่อบนศาลา


๓๒๓
สั่งนักเรียนตัวน้อยอยู่แถวนั้น
แสงตาวันเริ่มส่องเรียกหน่อยหนา
เจ้าเด็กน้อยใจดีปลุกทุกครา
อ้ายอ้ายแจ้งแล้วจ้า
กลับบ้านไป

๓๒๔
เป็นบาปที่ยาวนานเกือบปีกว่า
หรอกพ่อว่าตัวเราเอาใจใส่

ลุกทุกเช้า คงจะ วิ่งไปไกล
หารู้ไม่ แอบไป งีบต่อมา

๓๒๕
และแล้ววัน เวลา ก็มาถึง
เป็นวันซึ่งธรรมชาติพิพากษา
สนามศุภฯ สอบวิ่ง จับเวลา
กลุ่มละสิบ ปล่อยครา ห้านาที

๓๒๖
สองรอบครึ่งถึงได้สบายมาก
ไม่เห็นยาก น่าวิ่ง ได้ถึงที่
เอาเข้าจริงรอบเดียวเหี่ยวแล้วซี
รอบที่สองโอ้น้องพี่แทบขาดใจ

๓๒๗
เหลือครึ่งรอบหอบหนักชักหน้ามืด
มือเท้าอืดโดนแซงด้วยกลุ่มใหม่
คิดถึงพ่อเที่ยวคุยใครต่อใคร
ว่าลูกไปสอบนายร้อยเรียนสามพราน

๓๒๘
อัฒจรรย์ตัดกับฟ้ามองพร่าเขียว
เหลือบมองเหลียวเผื่อใครเขาเดินผ่าน
เข่าก็อ่อนเหนื่อยจนทรุดสุดประมาณ
ล้มลงคลาน สี่เท้า เข้าเส้นชัย

๓๒๙
เห็นลุงจ่า ยกเท้า เข้าเตะหน้า
นึกจะด่า แต่อ้า ปากไม่ไหว
เริ่มมีแรงถามลุงจ่าเตะทำไม่
จ่าบอกข้า แค่ใช้ รองคางเอ็ง?


@

๓๓๐
ยี่สิบสาม มีนา ห้าหนึ่งแปด
เราลูก แสด-ขาว วิ่งหลายคนเก่ง
มีเพื่อนฉัน เร็วสุด เป็นตัวเต็ง
ถึงจะเจ๋ง แต่ก็ พลาดมอปลาย

(แสด-ขาว คือสีของ ร.ร.ราชสีมาวิทยาลัย)

๓๓๑
เมื่อพลาดสอบนายร้อยสายตำรวจ
ก็เลยชวด ทุกอย่าง ทางสลาย
ก่อนหน้านั้นปลายภาคผ่านง่ายดาย
หวังได้ราย โควต้า มาตอบแทน

๓๓๒
ด้วยเปอร์เซนต์ที่ได้ถึงเกณฑ์ต่อ
อาจารย์รอให้เลือกที่ขอนแก่น
เงินแค่หลักร้อยบาทยังขาดแคลน
จะเที่ยวแค่น เดินทาง ก็ห่างไกล

๓๓๓
แม้นเรียนต่อตัวพ่อคงลำบาก
คงจะยากรายจ่ายเป็นเรื่องใหญ่
น้องก็เรียน ตามหลัง อยู่ไวไว
ตัดสินใจ สละสิทธิ์ ไม่คิดเรียน

๓๓๔
ว่าไม่คิด จริงจริง นั้นสุดคิด
ด้วยในจิตในใจใฝ่อ่านเขียน
เพื่อนที่เรียนด้วยกันที่หมั่นเพียร
ยังติเตียนปล่อยโอกาสขาดลอยไป

๓๓๕
บุญหรือโชค ชะตา ถึงคราเกิด
โอกาสเลิศ พบทาง สว่างไสว
พี่ชายที่ ไปรบ อยู่แดนไกล
ถึงคราวได้กลับบ้านทันพอดี


@

๓๓๖
แม้ที่หวังที่ชอบหมดขอบเขต
ปฏิเสธ ส่วนที่ได้ ก็ใช่ที่
ขอให้ได้ เรียนต่อ ก็ยังดี
ขอให้พ้นจากที่นี่คือโรงงาน

๓๓๗
ไม่ได้เกลียด พื้นดิน ถิ่นที่รัก
ไม่ได้ชัง พืชผัก รสอาหาร
ไม่ได้เบื่อ ข้าวขัน ที่เคยทาน
ไม่เดียดฉันท์งานการที่เคยทำ

๓๓๘
ไม่ได้เซ็งเนื้อนุ่มเคยกรุ้มกริ่ม
ยังตรึงติด รอยยิ้ม เจ้างามขำ
เอ่ยอะไร จากปาก ทุกถ้อยคำ
ยังจดจำ ด้วยใจ "มีจรรยา"

๓๓๙
ที่ลังเล หัวใจ ใช่เล่ห์ร้อย
แม้นเอ่ยคำเลื่อนลอยให้คอยหา
เกรงลมปากกลายเป็นลมพัดพา
วันเวลา ผ่านไป ไม่แน่นอน

๓๔๐
โอ้งานวัดที่บ้านด่านขุนทด
ยังจำจดภาพเป็นอนุสรณ์
มีลำตัดหวังเต๊ะโต้คำกลอน
เหมือนบังอรโอภาโต้คารม

๓๔๐
เมื่อจำจากที่เนาเป็นเมืองนอน
สู่กรุงเทพมหานครเป็นที่สม
เข้าสมัคร เรียนต่อ ที่พ่อชม
สถาบันบ้านสมเด็จเจ้าพระยา

๓๔๑
ณ ที่นี้สร้างคนเตรียมเป็นครู
ลองเรียนดู ที่นี่ คงดีหนา
คนสมัครมากมายมั่นหมายมา
ทั้งเด็กมอศอห้าที่พลาดเอ็นท์

๓๔๒
หลายคนมาชุบตัวคั่วสอบใหม่
หวังมหาวิทยาลัยที่ดังเด่น
ก็แอบคิด เอาไว้ ทำใจเย็น
โอกาสเป็นของเราก็จะลอง

๓๔๓
เข้าเลือกเรียนเอกคณิตฯที่สามารถ
วิทยาศาสตร์วิชาโทเป็นที่สอง
เลือกภาษาอังกฤษที่หมายปอง
เป็นโทรองถึงยากใจอยากเรียน

๓๔๔
เมื่อสอบคัดเลือกได้ดังใจคิด
จึงเป็นศิษย์"ชงโค"โก้อ่านเขียน
บ้านที่พักไม่ไกลใกล้ที่เพียร
ได้แวะเวียนพึงพากับน้าชาย

๓๔๕
สำคัญสุดทุนรอนตอนกินอยู่
มีพี่ดู แลให้ ไม่ขาดหาย
ทั้งเสื้อผ้า มากมี ที่ห่อกาย
เรื่องรายจ่าย ไม่มี ที่กังวล

๓๔๖
แต่ที่บ้านของน้าน่าเห็นจิต
แม้สนิท กันอยู่ ดูสับสน
ช่างสมคำลูกมากแล้วยากจน
ตั้งห้าคนหาเลี้ยงเพียงคนเดียว

๓๔๗
ช่วยค่าน้ำค่าไฟให้เพียงร้อย
คงจะน้อยเกินไปหรือไม่เกี่ยว
มากกว่านี้คงหมดอดกินเชียว
เรื่องกินเที่ยวที่ไหนไม่เคยมี

๓๔๘
ถึงสิ้นเดือน ทุกที พี่ส่งให้
นั่งรถไกลจากดอนเมืองมาถึงที่
แม้ที่พัก อยู่ถึงฝั่ง ธนบุรี
สิ้นเดือนทีจ่ายเลยไม่เคยเตือน

๓๔๙
พักฝั่งธน บุรี ได้ปีหนึ่ง
ด้วยใจซึ้งญาติกาหาใดเหมือน
เปล่าประชดจริงแท้ไม่แชเชือน
เดือนชนเดือนเขาลำบากจำจากจร

๓๕๐
แม้อยู่ต้องพึ่งพาคอยอาศัย
ทั้งค่าน้ำค่าไฟมากกว่าก่อน
ทั้งลูกเต้่าเติบใหญ่วัยกินนอน
เอื้ออาทรหลานเองก็เกรงใจ

๓๕๑
จึงย้ายที่พำนักแห่งที่สอง
ด้วยเจ้าของเหมือนญาติทางผักไห่
ให้อยู่บ้านในกองบินตำรวจไทย
หนทางไกลถึงถิ่นรามอินทรา

@
22/12/52

๓๕๒
ท้องถนน หนทาง ต่างวันนี้
ข้างทางมีลำคลองมองรกหญ้า
น้ำก็ใส ไม่ขุ่นมัว เห็นตัวปลา
แหวกว่ายมาหลากหลายให้ดูชม

๓๕๓
ปลาหมอไทยว่ายคละฝูงกระดี่
ช่อนก็มีฮุบเหยื่อฟังเสียงขรม
สลิดลอย หัวเคียง เรียงตากลม
ขยับปาก กินลม อยู่รำไร


ปลาหมอไทย


ปลากระดี่

๓๕๔
ถึงวันหยุดวันเสาร์เข้าอาทิตย์
จึงคบคิดกับเพื่อนทำหาลำไพ่
ลงเบ็ดปักของชอบดักลอบไซ
ข่ายผืนใหญ่ลงขึงกลางลำคลอง

๓๕๕
ได้ปลามาแบ่งขายได้หลายบาท
ในตลาดมงคลไชยค้าขายคล่อง
กลิ่นคาวปลาฝังใจให้หมายปอง
อยากประลองทวนวิชาหาปลาปู

@

๓๕๖
หมดเทอมหนึ่งผ่านไปไม่หม่นหมอง
แม้จะต้อง นั่งรถไกล ใจยังสู้
จากบางเขน-แยกบ้านแขกไกลน่าดู
เดินทางอยู่ทุกวันให้ทันเรียน

๓๕๗
ต้องตื่นก่อน ตีห้า ช้าลำบาก
เดินขาลาก หากว่า เวลาเปลี่ยน
อาจต้องถูกอาจารย์ท่านติเตียน
เนิ่นจำเนียรผ่านเลยจึงเคยคุ้น

๓๕๘
บ้านสมเด็จฯ แห่งนี้ มีความรัก
ได้รู้จัก พานพบ ความอบอุ่น
ทุกอาจารย์โอบเอื้อเกื้อการุณ
ช่วยเจือจุนสอนให้ด้วยใจจริง

๓๕๙
เอกคณิตศาสตร์ส่วนคำนวณหนัก
ใจไม่รัก ก็ลำบาก ด้วยยากยิ่ง
หลายคนพักการเรียนเปลี่ยนประวิง
เข้าไปอิงวิชาง่ายให้รอดตัว

๓๖๐
โชคดีจบ มอปลาย สบายหน่อย
ที่เรียนมา ไม่น้อย ค่อยยังชั่ว
คณิตศาสตร์ลงอะไรจึงไม่กลัว
ไม่มีมั่ว ให้ผู้สอน ท่านอ่อนใจ

๓๖๑
ว่างจากเรียนมีชมรมที่ชมชอบ
ตามระบอบการศึกษาสมัยใหม่
ไปสมัคร ชมรม ภาษาไทย
นามไฉไล "ลานกวี ศรีชงโค"

๓๖๒
มีเขียนกลอนแอบแฝงแกล้งเป็นหญิง
หวังจะหา คู่อิง เป็นหนุ่มโก้
สำนวนกลอนอ้อนหาชวนตาโต
พอเปิดตัว มีโห่ ชวนเฮฮา

@