บทที่ ๕ ความผูกพัน

******

๒๔๕
สามปีนานผ่านไปให้เคยคุ้น
อยู่อบอุ่นเพลิดเพลินเกินที่ฝัน
คิดถึงแต่ แม่และน้องสองชีวัน
แม้ห่างกันส่งใจไม่ขาดแคลน

๒๔๖
ยังอีกหนึ่ง ชีวิต พาคิดหนัก
พี่ที่รัก จากไป อยู่ไกลแสน
เป็นทหารรับจ้างอยู่ต่างแดน
ไม่รู้แผน ชีวิต คิดอย่างไร

๒๔๗
ไปรบทัพ จับศึก นึกพูดเล่น
ใครเคี่ยวเข็ญ พี่ทำ หรือไฉน
คงโกรธพ่อ ที่คอย ชอบขัดใจ
หรือแอบไป เหมือนจะ ทำประชด

๒๔๘
พวกยามที่ โรงงาน ก็ไปด้วย
พระไม่ช่วย ล้มหาย ตายจากหมด
ให้ครอบครัว มีอัน สุดรันทด
พ่อเลยหด หู่ใจ ไม่กินนอน

๒๔๙
ทุกตอนเย็น นั่งอยู่ ดูรถผ่าน
หน้าโรงงาน มองไป ใจถอดถอน
รถทหาร วิ่งลง จากอุดร
หลายวันก่อน ขนปี๊บ ใส่ซากคน

๒๕๐
ผู้สังเวยโชคร้ายขายชีวิต
ก็ด้วยคิด หวังที่ มีสักหน
ได้ลืมตาอ้าปากจากความจน
จึงดิ้นรนเข้ากองพันเสือพราน

๒๕๑
มืออาชีพ กระจ่าง รู้ทางหนี
ทีไล่มี หลบภัย สู้ในฐาน
มือรับจ้าง ยืนสู้ อยู่ไม่นาน
ประสบการณ์ไม่ถึงจึงวอดวาย

๒๕๒
แม้ดึกดื่นยืนหยัดผลัดกับพ่อ
คอยนั่งรอฝั่งข่าวเศร้าใจหาย
รถมาจอดส่งข่าวคราวคนตาย
หวังพี่ชายอยู่รอดและปลอดภัย

๒๕๓
วันไหนรอจนดึกไม่นึกง่วง
จนเลยล่วงผ่านผันถึงวันใหม่
ในวันรุ่ง โรงเรียน เลยไม่ไป
พ่อไว้ใจ ไม่ว่า ให้มานอน

๒๕๔
อยู่วนเวียนอย่างนี้เป็นปีกว่า
ถึงเวลาหลับตาสวดมนต์ก่อน
ขอคุณพระคุ้มครองดั่งคำวอน
ให้พี่ย้อนกลับมาหาครอบครัว

๒๕๕
และแล้วข่าวฐานพี่ถูกตีแตก
ข้าศึกแทรกซอนเล็ดไล่เด็ดหัว
รอฟังข่าวเขาว่าช่างน่ากลัว
มีสู้ตัวต่อตัวประจัญบาน

๒๕๖
พี่แตกกลุ่มหลีกลี้หนีขึ้นเหนือ
พี่จึงเหลือชีพไว้ได้กลับบ้าน
กลุ่มที่มุ่งตะวันตกถูกเล่นงาน
ก็วายปราณล้มหายไปหลายคน

๒๕๗
ภารกิจของงานทหารกล้า
เมื่อเกิดมาได้สู้ศึกสักหน
ใช่แค่ความ ภูมิใจ อยู่ในตน
สอนให้ชนหวงแหนรักแผ่นดิน

๒๕๘
มรสุมผ่านไปก็ใจชื่น
ผ่านค่ำคืนที่กังวลจนหมดสิ้น
ผ่านกลางวันโศกเห็นเป็นอาจิณ
จึงถวิล ตั้งหน้า ตั้งตาเรียน

@

๒๕๙
เป็นเรื่องชื่นฉ่ำใจของวัยวุ่น
มันอบอุ่นกระไรวัยอ่านเขียน
รู้จักรักชอบชังครั้งยังเรียน
มาแวะเวียน เยือนให้ ไม่รู้ตัว

๒๖๐
เป็นเรื่องราวธรรมดาของมานุษ
ยากยื้อยุด ไม่ให้ อยู่ในหัว
ด้วยเรื่องราวรักใคร่มีใครกลัว
ที่เมามัว เกินวัย ก็ไม่ควร

๒๖๑
ก็เมื่อใจ ต่อใจ ให้ความรัก
จะหาญหัก กลัวใจ ให้กำศรวล
แต่เรือเปล่าแล่นไปใบมันรวน
เป็นหุ้นส่วนเรือรั่วเหมือนกลัวจม

๒๖๒
ก็ดูแล มองเฝ้า เข้าใจอยู่
แต่ใจรู้ หัวใจ มันไม่สม
ก็ตอบแทน รู้สึก นึกนิยม
เฝ้าชื่นชมแอบแอบแบบรู้ใจ

๒๖๓
นับเวลาเนิ่นนานที่ผ่านพบ
ทั้งที่คบ ยังคง ความสงสัย
ด้วยตีค่าตัวเองด้อยเกินไป
ไม่มั่นใจ สานต่อ จึงท้อทด

๒๖๔
เมื่อเอ่ยคำเป็นลางให้ทางขาด
ก็ไม่อาจ ขัดขืน ฝืนกำหนด
เหมือนถูกปล่อยมือ
หล่นจากบนรถ
ให้กำสรด หดหู่ อยู่แดเดียว

๒๖๕
แม้จะเจียมเตรียมใจไว้นานแล้ว
ก็ไม่แคล้วหัวใจให้แปลบเสียว
ก็สายฝน หล่นมา พอดีเจียว
จึงแก้เกี้ยว น้ำมิใช่้ จากนัยน์ตา

๒๖๖
อนุสรณ์แห่งใจในครั้งแรก
มันช่างแปลกแต่จริงยิ่งนักหนา
หลายปีเคลื่อนเดือนวันจากนั้นมา
ยังอุตส่าห์ ตรึงใจ ไม่ลืมเลือน



@
๒๖๗
เมื่อเรียนครบจบข้อมอศอสาม
จากคนงามจากครูผองหมู่เพื่อน
สอบเรียนต่อมอศอสี่มีพ่อเตือน
อย่าแชเชือน เจ้าต้อง ท่องตำรา

๒๖๘
เพราะคู่แข่ง แย่งเข้า ที่นี้มาก
เข้าเรียนยาก ตั้งใจ้ ไปศึกษา
หากเข้าได้ พ่อนี้ มีหน้าตา
ลูกสอบได้ ราชสีมา วิทยาลัย

๒๖๙
เลือกเรียนสายแผนฮิตวิทยาศาสตร์
หวังมุ่งมาดจบมาตำแหน่งใหญ่
ได้เงินเดือน มากมี ดีกว่าใคร
ห้องที่ได้ ดีเด่น เป็นห้องคิง

๒๗๐
ในโรงเรียนก่อนนี้มีชายล้วน
บังเอิญส่วนหัวหน้าชั้นนั้นคล้ายหญิง
จิตใจงาม ดุจน้ำใส มีใจจริง
แม้ตุ้งติ้ง ไม่เคย ขัดตาใคร

๒๗๑
รับผิดชอบ หน้าที่ ได้ดีนัก
เพื่อนจึงรักย่องยกซูฮกให้
ทราบตอนหลังเรียนต่อที่แดนไกล
มอเชียงใหม่ศึกษาศาสตร์อาจเป็นครู

๒๗๒
แต่ตอนหลังดังเด่นเป็นนักร้อง
ส่งแรงใจ เฝ้ามอง ตัวเพื่อนอยู่
เรียนด้วยกัน ที่รอสอ นานพอดู
เคยเปล่งเสียงแสบหูเพื่อนฮาเฮ

๒๗๓
และแล้วไป ได้ดี จนมีชื่อ
คนล่ำลือแปลงหญิงจนสวยเก๋
ขับขานเพลงหวานฉ่ำไม่จำเจ
สาวคนเท่ นี้หรือ คือเจินเจิน

@

๒๗๔
เมื่อมีความ มั่นใจ ในที่อยู่
ด้วยพ่อรู้เตรียมการมานานเนิ่น
เริ่มอยู่ดี กินดี ที่สูงเนิน
ทั้งเจริญ หน้าที่ ดีงานการ

๒๗๕
จึงหวนกลับ ผักไห่ ไปรับน้อง
ที่ฝากสองป้าลุงให้เลี้ยงหลาน
ป้าของพ่อศักดิ์เป็นย่าร่วมวงศ์วาน
น้องอาศัย อยู่นาน ถึงสามปี

๒๗๖
ด้วยย่าท่าน ใจดี ไม่มีบุตร
หวังยื้อยุด น้องไว้ อยู่ในที่
ว่าสมบัติ ทั้งหลาย ที่ข้ามี
สิ้นข้านี้ ให้เจ้า จงเอาไป

๒๗๗
ขอแต่เพียงขอหลานมาเป็นลูก
ด้วยพันผูก เอ็นดู อยู่รักใคร่
ฉลาดรู้ หน้าที่ มีน้ำใจ
ไว้เรียกใช้ ยามป่วย ช่วยดูแล

๒๗๘
พ่อเอ่ยปากกล่าวนำหลายคำพูด
อารมณ์บูดของย่าน่าแยแส
ต้องโอ้โลมยกแม่น้ำนับสิบแคว
ถ้ารักแท้น่าเสริมส่งให้มันไป

๒๗๙
ที่รักมัน ก็รู้ อยู่ว่ารัก
ใช่หาญหัก เอาคืน เสียเมื่อไหร่
ป้าเลี้ยงฉัน ย่อมรู้ ในน้ำใจ
ตั้งแต่เล็กคุ้มใหญ่เลี้ยงฉันมา

๒๘๐
ขอสัญญา จะพา มาคืนให้
ขอแค่ไป ได้เรียน เพียรศึกษา
สงสารมัน หัวดี มีปัญญา
ต่อภายหน้าอาจได้เป็นนายคน

๒๘๑
จะพามาเยี่ยมเยือนให้บ่อยครั้ง
ย่ายังนั่ง กอดเข่า เฝ้าพร่ำบ่น
เสียดายเอย ไร้ลูก เป็นตัวตน
เลยต้องหม่นใจหมองสองครั้งครา

๒๘๒
ครั้งเองที อยู่กับข้า มาแต่น้อย
ปากเองพร่อย เติบใหญ่หนู อยู่กับป้า
แล้วเป็นไง โตหน่อย ก็ลอยลา
พอปีกกล้า ขาแข็ง ไปแต่งเมีย

๒๘๓
ข้าูอยู่เหงา เนานาน จนป่านนี้
นึกเองมี น้ำใจ อย่างไรเสีย
เองก็หลาน มันก็เหลน เล่นเอาเพลีย
ถึงคราวเขี่ย ข้าูจน พ้นหนทาง

๒๘๔
ย่างึมงำพร่ำว่าน้ำตาไหล
จึงเข้าไปเอาใจอยู่ไม่ห่าง
เข้าบีบนวดไหล่ขาแล้วว่าพราง
อย่าหม่นหมางเลยย่าพาทุกข์ใจ

๒๘๕
ทุกครั้งที่ เรากลับ จากโคราช
มาเยี่ยมญาติ พี่น้อง ที่ผักไห่
คือบ้านย่า ที่แรก ทุกครั้งไป
ด้วยจิตใจ พวกเรา เฝ้าผูกพัน

๒๘๖
ต้องกลับมา ชิมรส ปลาร้าข้น
หม้อดินหลนใบเก่าของโปรดฉัน
มะเขือเปาะจากต้นสดกรอบมัน
ที่ย่าสรรค์หลนปรุงอย่างบรรจง

๒๘๗
ก่อนหน้านี้ ถึงที่นี่ ไม่มีน้อง
เราก็ต้อง มาหา ถ้าประสงค์
ก็ด้วยเรา ผูกพัน อย่างมั่นคง
จึงยืนยง รักย่า มาช้านาน

๒๘๘
เรียนที่นี่ มีแต่ แค่ปอเจ็ด
น้องสำเร็จการเรียนขีดเขียนอ่าน
ข้างบ้านมีแต่โรงเรียนประชาบาล
อีกตั้งนาน กว่าจะมี มัธยม

๒๘๙
ที่โคราช มากมี ที่เรียนรู้
ที่กินอยู่จำเพาะดูเหมาะสม
แม้คิดถึงเมื่อใดไม่ต้องตรม
ตัวของผมจะพามาหาย่าเอง

๒๙๐
ย่าไม่พูดรูดยาเส้นในเชี่ยนหมาก
ขึ้นเช็ดปากมองมาว่าเองเก่ง
เข้ากับพ่อคล้องจองดั่งร้องเพลง
ช่วยบรรเลงออดอ้อนจนอ่อนใจ

๒๙๑
พลางรุกขึ้นเดินเหงาเข้าในครัว
ไปเตรียมตัวจัดสำรับกับข้าวให้
ปากร้องเรียก"อีเล็กเอ๊ย"มายกไป
วันนี้กิน วงใหญ่ ไปนอกชาน

๒๙๒
คนรุ่นเก่า เรียกขาน นาม"อีเล็ก"
หมายถึงเด็ก หญิงผู้ อยู่ในบ้าน
เป็นธรรมเนียมไทยแท้แต่โบราณ
ครั้งนมนาน ชื่อไร ไม่เรียกเลย

๒๙๓
ย่าสั่งเสียสั่งสอนก่อนลาจาก
แม้ตกยากนึกถึงย่านะหลานเอ๋ย
ขอโชคดี มีชัย ไปเสบย
ไม่มีสุขเหมือนที่เคยรีบกลับมา

๒๙๔
เสียงเพลงดาวลูกไก่ดังผิวแผ่ว
แม้ลาแล้วต้องกลับมาหาย่า
ไม่กี่ปี แม้ไป อยู่ไกลตา
ขอสัญญามั่นคงย่าจงรอ

๒๙๕
คำสัญญาอาถรรพ์อันยิ่งใหญ่
สิบห้าปีผ่านไปเชื่อไหมหนอ
ย่ายังอยู่ด้วยใจแข็งแกร่งพอ
สุดท้ายก็อาถรรพ์ตามสัญญา

๒๙๖
กลับมาอยู่ดูแลยันวันสุดท้าย
เป็นบั้นปลายท่ามกลางคนกล่นว่า
หวังมาอยู่เอาสมบัติทั้งไร่นา
สุดท้ายหนาไม่รู้เป็นของใคร

@