บทที่ ๔ เด็กโรงทอ ฯ
********
๑๕๑
จากแม่น้ำลำธารที่บ้านเก่า
จากลำเนา ถิ่นรัก บ้านผักไห่
ต้องจากแม่ ลาน้อง หมองอาลัย
อยู่ที่ใหม่ คงดี กว่าที่เดิม

๑๕๒
คำปลอบใจชื่นฉ่ำปานน้ำทิพย์
เพียงแค่จิบ หัวใจ ให้ฮึกเหิม
ขาดสิ่งใด มีพ่อ คอยต่อเติม
คอยส่งเสริมทุก
อย่างทางที่ควร

๑๕๓
ในเขตรั้วโรงงานบ้านหลังใหญ่
หญิงอาศัย ตึกดี ที่สงวน
รั้วลวดหนามปลอดภัยหลายกระบวน
จัดเป็นส่วนหกหลังอย่างร่มเย็น

๑๕๔
คนงานชาย ก็มี ที่จำเพาะ
อยู่ที่เหมาะบังกาโลแปดหลังเด่น
ได้อาศัย อยู่สบาย คลายลำเค็ญ
ด้วยพ่อเป็น พ่อบ้าน งานดูแล

๑๕๕
คนงานชาย ไม่น้อย หกร้อยกว่า
หญิงนั้นหนามากเกินสามพันแน่
อยู่ด้วยความรักใคร่ไม่รังแก
ทำตัวแย่ ถูกหยัน คนลั่นลือ

๑๕๖
การกินอยู่ ทั่วไป ไม่ลำบาก
มีคนมาก ของกิน ย่อมมีอื้อ
มีคูปอง ให้ใช้ อยู่ในมือ
อาหารมื้อหนึ่งใช้จ่ายบาทเดียว

๑๕๗
มีโรงเลี้ยงโรงอาหารอาคารใหญ่
ก็ชอบไป นั่งนาน ทานข้าวเหนียว
เย็นวันศุกร์หนุ่มสาวเสียงกราวเกรียว
จับคู่เกี้ยว สุขสันต์ วันรำวง

๑๕๘
คืนวันเสาร์มีหนังไทยในโรงเลี้ยง
โรงงานเพียง รับภาระ้ ตามประสงค์
เพื่อสร้างขวัญ ลูกจ้าง อย่างมั่นคง
ให้ซื่อตรง ตั้งใจ ใฝ่ทำงาน

@

๑๕๙
เมื่อเวลา ผ่านไป สู่วัยรุ่น
ชักเริ่มวุ่น สนใจ กับวัยหวาน
มีสาวน้อย สาวใหญ่ วัยสะคราญ
เดินพลุกพล่านมากมายชายตาคม

๑๖๐
มีถูกใจ เข้าไป ขอคุยด้วย
โอ้คนสวย หน้าตา ช่างงามสม
หน้าจิ้มลิ้ม พริ้มเพรา เฝ้าชื่นชม
ใส่คารม เต็มที่ หวังมีแฟน

๑๖๑
มีหนุ่มใหญ่ยืนเขม่นเห็นแล้วหวาด
เดินอาดอาด ตรงมา น่ากลัวแสน
ตกใจจริง วิ่งหนี กลัวบี้แบน
ผู้เคืองแค้นใครหนาช่างน่าเกรง

๑๖๒
แม้นใครผ่าน มามอง ต้องสรุป
คนไล่ทุบ หวงลูกสาว เดาตรงเผง
แต่ความจริง แล้วหนอ พ่อฉันเอง
ด้วยหวั่นเกรงลูกชายจะได้เมีย

๑๖๓
เป็นเรื่องราวขำขำปากต่อปาก
พ่อดุมากไม่อยากให้ลูกชายเสีย
กลัวว่าเรื่อง หมองมัว มานัวเนีย
ทั้งเหล้าเบียร์ของเมามิให้มอง

๑๖๔
ในขอบเขตโรงงานเหมือนบ้านนี้
ช่างมากมี ดรุณี งามผุดผ่อง
ถ้ามุ่งแต่ คบหา ตีตราจอง
ก็คงต้องหลงใหลไม่ได้เรียน

๑๖๕
พ่อจึงเข้มงวดนักเรื่องรักใคร่
ขอให้ลูกสนใจแต่อ่านเขียน
พ่อลำบาก ให้ลูก นั้นพากเพียร
ตั้งใจเรียน ต่อไป ได้พึ่งตัว

๑๖๖
มีความสุขพ่อลูกตามประสา
พ่อจัดหา กลองยาว ไม่หัดมั่ว
มีครูสอน เข้มข้น ตัวต่อตัว
ให้หัดรัว ทำนอง เพลงกลองยาว

๑๖๗
มีครูกลองจากสุพรรณฯท่านมือหนึ่ง
ครูสอนรำ งามซึ้ง ยังวัยสาว
จบกรมศิลป์ท่วงท่าลีลาพราว
ซ้อมไว้คราว มีการ งานรื่นเริง

๑๖๘
เป็นกลองยาววงใหญ่ในโคราช
มีชุดคาดเอวใส่ไม่ยุ่งเหยิง
มีกลองยี่ สิบใบ ใช้เถิดเทิง
ฝีมือเพิ่ง หัดใหม่ ได้แค่ดู


๑๖๙
จึงชำนาญกลองยาวแต่คราวรุ่น
วงดนตรี มากคุณ แต่หนวกหู
มีการโชว์ตัวอ่อนนอนเหมือนงู
ที่ว่างอยู่ ก็ยืน ต่อตัวกัน

๑๗๐
ถึงคราวออกพรรษาน่ากฐิน
พาได้ยินกลองยาวประโคมลั่น
ใส่หัวโตหัวเหม่งเต้นกันมัน
เซิ้งประชัน ร่ายรำ นำขบวน

๑๗๒
เสร็จงานบุญทอดกฐินสิ้นหน้าฝน
ยังได้ยลงานใหญ่ได้เสสรวล
คืนเพ็ญเดือนสิบสองจันทร์ส่องนวล
ได้ชักชวน สาวน้อย ลอยกระทง


๑๗๓
มีประกวดสาวสวยเดินนวยนาด
นพมาศ นงราม งามระหง
แต่ละผลัดคัดสรรอย่างบรรจง
แต่งอนงค์ ลงนั่ง กลางดอกบัว

๑๗๔
ช่างสมคำโบราณท่านขานกล่าว
ไก่เพริศพราวขนพร่างหางจรดหัว
อันคนเราโสภาถ้าแต่งตัว
แต่แต่งมั่วเขาจะว่าไม่น่าชม

๑๗๕
เหมือนนักเรียนชั้นมอใส่คอซอง
ผิวเจ้าผ่องยองใยตามวัยสม
ไม่ต้องแต่งแป้งย้ำ
ก็ขำคม
ใยนิยม ยุ่งยาก ทา้ปากแดง

๑๗๖
ใกล้วันขึ้น ปีใหม่ ใจจดจ่อ
ลมหนาวก็โชยฉิวพาผิวแห้ง
ทั้งสาวหนุ่มรุมอิงผิงไฟแรง
เอาฟืนแยงกองไฟไล่ความเย็น

๑๗๗
วันส่งท้ายปีเก่าเข้าปีใหม่
กำหนดไว้กิจกรรมทั้งรำเต้น
จับสลากสร้อยทองของจำเป็น
ทั้งของเล่น น่ารัก จักรยาน

๑๗๘
ใครจับได้ เบอร์ดี มีโห่ฮิ้ว
ที่หน้านิ่วพลาดมาน่าสงสาร
ถ้าได้แหวนนาฬิกาก็หน้าบาน
จักรยาน ปีนั้น ฉันมือดี

๑๗๙
จับได้รถจักรยานรางวัลใหญ่
สุดดีใจปานได้เป็นเศรษฐี
แต่เกิดมาเจ้าเอยไม่เคยมี
ได้ของฟรี มีค่า มาเชยชม

๑๘๐
ม.ศ.๑ผ่านไปไม่วอกแวก
รู้จักแยกเรื่องใดไม่เหมาะสม
มีสุขบ้างบางคราตามอารมณ์
เศร้าระทมมีบ้างเป็นบางคราว

๑๘๑
อยู่โรงงาน พ่อให้ ทำหน้าที่
งานที่มี ใกล้รุ่ง ตื่นหุงข้าว
ทานกันได้ไม่เบื่อมะเขือยาว
พริกมะนาวไข่ต้มและไข่เจียว

๑๘๒
เมนูฮิตมะละกอขึ้นตามป่า
หาผลมาเฟ้นเลือกที่เปลือกเขียว
ปอกเปลือกเฉาะเหมาะเน้นเป็นเส้นเรียว
กระเทียมเจียวผัดไข่ให้โอชา

๑๘๓
กระปิเคย อย่างดี มีในตู้ี
พริกขี้หนูมะเขือพวงไม่ต้องหา
น้ำตาลปี๊บ มะนาว ซื้อเขามา
ส่วนน้ำปลา ตุนไว้ ใช้เป็นปี



น้ำพลิกกะปิ
๑๘๔
ทุกอย่างพร้อมเอาใส่ตำในครก
นิ้วจิ้มยกแตะลิ้นรสได้ที่
ตักใส่ถ้วยที่เตรียมเปี่ยมพอดี
จับทัพพีคดข้าวเอาใส่จาน

๑๘๕
พวกขนม นมเนย ไม่เคยอิ่ม
ได้แต่ชิมบางครั้งหลังอาหาร
ปลูกขนุนน้อยหน่าหลังอาคาร
ก็ออกลูกเบอะบานทานไม่ทัน

๑๘๖
ที่ท้ายหลังบังกาโลที่พักอยู่
พ่อขุดคูระบายน้ำเป็นร่องขั้น
ลงต้นเผือกเป็นแถวบนแนวคัน
เอาน้ำผันไหลรินช่วยผ่อนแรง

๑๘๗
ได้ปลูกผักปลูกหนามไปตามเรื่อง
ไม่สิ้นเปลืองอยู่ได้ไม่หน่ายแหนง
ยกคันดินเป็นหย่อมปลูกหอมแดง
เก็บไว้แกง แบ่งขาย ไว้ทำทุน

๑๘๘
เมนูหนึ่งที่ถนัดหัดทำได้
พ่อสอนไว้น่ากินกลิ่นหอมกรุ่น
โขลกหอมแดงใส่กระชายพอสมดุล
เนื้อขนุน กะปิเห็ด เม็ดพริกไทย

๑๘๙
ยอดฟักทองยอดอวบกับบวบอ่อน
หั่นเป็นท่อนพอคำไม่ต้องใหญ่
มีปลาย่าง เนื้อป่น ตำปนไป
ตักน้ำใส่หม้อต้มวางบนเตา

๑๙๐
พอน้ำเดือดเครื่องตำใส่นำก่อน
หยิบเอาช้อนลงคนให้เครื่องเข้า
ใส่เกลือเติม ปรุงรส กำหนดเอา
ตักน้ำแกงร้อนเป่าลิ้มรสดู

๑๙๑
รสถูกใจใส่บวบลงลอยฟ่อง
ยอดฟักทองใส่ตามที่มีอยู่
ข้าวโพดอ่อนกุ้งสดฝักถั่วพลู
ก็ตามแต่ เมนู ของใครปรุง

๑๙๒
ร่ายลำนำกับข้าวมายาวยืด
คือแกงจืดตอนทำค่อนข้างยุ่ง
เป็น"แกงเลียง"ทานง่ายสบายพุง
กลิ่นจรุงซดร้อนร้อนช้อนลืมวาง



แกงเลียง
@

๑๙๓
ที่ริมรั้ว ท้ายไร่ ติดชายป่า
มีธาราเย็นใสในบ่อกว้าง
ดูเงียบดีมีศาลาปลูกริมทาง
เวลาว่างไปว่ายน้ำในยามเย็น

๑๙๔
ในห้วงน้ำแห่งนี้มากมีหอย
แค่นั่งคอยริมบ่อก็มองเห็น
ในน้ำใสเห็นหอยตัวเป็นเป็น
มันหลบเร้นซอกหินเปื้อนดินตม

๑๙๕
อันหอยนี้เรียกชื่อเป็นรสชาติ
แปลกประหลาดทำไมเรียกหอยขม
รสไม่เป็น เหมือนชื่อ เที่ยวลงงม
ตัดจุกต้มใส่ตะไคร้ดับกลิ่นคาว

๑๙๖
เผาโขลกหอมพร้อมกระเทียมพริกชี้ฟ้า
เหยาะน้ำปลา ถ้าไม่มี ซีอิ๊วขาว
แทรกรสเปรี้ยวขาดไม่ได้ใส่มะนาว
บีบคั้นราวน้ำแห้งเติมแต่งรส

๑๙๗
แล้วร่วมวงอร่อยลิ้นได้กินหอย
ใช้ไม้สอยแคะจิ้มเดี๋ยวเดียวหมด
ขาดกับข้าว ใดใด ไม่รันทด
ไม่เคยอดเพราะมีหอยให้คอยงม

๑๙๘
มีผักหญ้ามากมายไม่ต้องซื้อ
กะทกรกตลกชื่อเด็ดยอดต้ม
ยอดตำลึงต้นแคออกดอกจม
มากมีถมเถไปในดงดอน

๑๙๙
ยังมีผักชนิดหนึ่งซึ่งขึ้นแปลก
เห็นครั้งแรกต้องดำน้ำไปถอน
เป็นผักขึ้น ต่ำใต้ ในสาคร
ต้องเปียกปอนเอามาถ้าจะกิน

๒๐๐
ไม่ใช่บัว บังใบ อยู่ใต้น้ำ
หายากล้ำ ขึ้นได้ ในบางถิ่น
ชอบขึ้นอยู่ ในน้ำ ตามผิวดิน
เคยได้ยินไหมนั่น"สันตะวา"

๒๐๑
จะกินสดจิ้มน้ำพริกก็พอไหว
ไม่ชอบใจเพราะยากเวลาหา
จะต้มจืดรสชาติก็ธรรมดา
จะเข้าท่ายามผักอื่นนั้นไม่มี

๒๐๒
จะคุยเฟื่องเรื่องผักชักกระดาก
มีอีกมากเจอเจอะเยอะกว่านี่
เด็กผักไห่ไปอิสานไม่กี่ปี
ทำรู้ดีเรื่องผักชักอายอาย

๒๐๓
เสาร์อาทิตย์ปิดเรียนก็เข้าป่า
กับคู่ขา ห้าคน มีจุดหมาย
มีเสียมพลั่วติดตัวประจำกาย
แล้วมุ่งบ่ายหน้าไปเข้าในดง

๒๐๔
กับสองเพื่อนแปดเท้าเอาไปด้วย
เอาไว้ช่วยนำทางตอนเดินหลง
คอยไว้เห่าเตือนภัยในพฤกษ์พง
เอาไว้ส่งสัญญาณยามเหยื่อมา

๒๐๕
เยื่อที่ว่า นี้หรือ ก็คือแย้
คล้ายตุ๊กแกแต่ขนาดนั้นเล็กกว่า
ชอบอาศัย ในรู ข้างมรรคา
หรือในป่า เขตโปร่ง มีลานดิน

๒๐๖
คนพื้นเพ อิสาน เขาทานแย้
รสไม่แพ้ เนื้อไก่ ต่างที่กลิ่น
เนื้ออ่อนนุ่มไม่เหนียวยามเคี้ยวกิน
อร่อยลิ้น พอใช้ ได้โปรตีน

๒๐๗
จะเล่าเรื่อง การล่า หาตัวแย้
ยามแดดแก่หลบในรูอยู่จำศีล
ไม่ชอบขึ้น ต้นไม้ หรือป่ายปีน
เหมือนตุ๊กแกที่คนจีนเขาเข้ายา



๒๐๘
ยามแดดร่มไม่นานก็คลานออก
มาข้างนอก ลานดิน กินภักษา
บ้างเป็นกลุ่ม บ้างดู อยู่เอกา
กลอกลูกตาแลบลิ้นกินแมลง

๒๐๙
เป็นสัตว์มี ดาดดื่น ในผืนป่า
เป็นมังสาหารมีทุกที่แห่ง
ไม่มีปลา หมูไก่ ไว้ต้มแกง
ก็ต้องแยง รูแย้ แก้ความจน

๒๑๐
เมื่อพบรู แล้วนั่ง คอยสังเกต
ในแนวเขตใกล้ใกล้ดูหลายหน
อาจมีรู อีกทาง ออกข้างบน
ให้สับสน ผู้ล่า พางวยงง

๒๑๑
เรียกเจ้าเพื่อน สี่ขา ที่มาด้วย
ให้มาช่วย ดมดม เห่าข่มส่ง
สองเท้าหน้า ตะกุย ขุยดินลง
ด้วยแย้คง แอบมุด อยู่สุดรู

๒๑๒
ใช้พลั่วเสียม ขุดดู ตามรูแย้
มองให้แน่ ว่าตัว อะไรอยู่
บางทีอาจ หาแย้ แต่เจองู
อาศัยอยู่ เลยแย่ แย้ไม่เจอ

๒๑๓
ถ้าแย้อยู่ ก็ได้ ตัวแย้แน่
ระวังแต่ แย้วิ่ง ตอนเราเผลอ
ต้องอาศัย ความไว เจ้าเพื่อนเกลอ
ตะคุบเธอ มาให้ ได้ทุกครา

๒๑๔
ขั้นตอนทำอาหารไม่หาญกล่าว
เพราะเรื่องราว ดูไม่ ค่อยเข้าท่า
อาจจะว่า ใจร้าย ไม่เมตตา
เอาเป็นว่า เขาหา มากินกัน
@

๒๑๕
อีกตัวหนึ่ง พึ่งเคย ได้รู้จัก
ตัวใหญ่นักคืบคลานดูแข็งขัน
มีแปดขา ขนปุย ดำเป็นมัน
หน้าตานั้น ใช่เลย เจ้าแมงมุม

๒๑๖
อาศัยอยู่ ตามรู ริมชายป่า
ตามก่อหญ้าชักใยอยู่ในหลุม
แถวอิสาน ก่อนนี้ มีชุกชุม
เขาจับกุม ตัวเอา มาเผากิน



บึ้ง

๒๑๗
วิธีจับ บึ่งมา หาดูได้
ใช้กิ่งไม้เรียวเรียวรูดใบสิ้น
หายางไม้ติดปลายแย่ลงดิน
เจ้ากัดดิ้นรอหน่อยค่อยค่อยดึง

๒๑๘
เหมือนเล่นเกมสนุกนักชักเย่อ

หากแม้นเผลอดึงแรงก็หลุดผึง
ต้องใช้ความนุ่มนวลควรคำนึง
จะได้บึ้ง มาชม อย่างสมใจ

๒๑๙
เมื่อก่อนเก่าเขาเผากินเนื้อบึ้ง
บัดนี้ถึงคราววันทันสมัย
คนเที่ยวจับมาเลี้ยงกันทั่วไป
โดยจับใส่ ตู้ขัง นั่งเปรอปรน

@

๒๒๐
ในยามค่ำคืนวันจันทร์ไม่แจ่ม
เข้าข้างแรมเดือนห้าใกล้หน้าฝน
มีแมลง ตัวใหญ่ มาบินวน
บ้างบินชนข้างฝาหน้ากำแพง

๒๒๑
ยามค่ำคืนมีไฟเปิดสว่าง
เจ้าตาฟาง ชอบที่ มีสีแสง
ที่มืดมน หากมี ไฟส่องแรง
จะบินแย่ง มาเล่น วนเป็นวง

๒๒๒
เจ้าตัวผู้ ตัวเล็ก บินเร็วกว่า
ตัวเมียช้า เล่นไฟ อย่างใหลหลง
พอบินจนเหนื่อยอ่อนก็ร่อนลง
บางที่งง บินชน กันหล่นดิน

๒๒๓
ด้วยโรงงานถูกสร้างอยู่กลางป่า
ไมเคยมี ไฟมา จ้าู่ในถิ่น
เมื่อสว่าง นักหนา จึงมาบิน
จับไม่สิ้น มากมาย หลายแมลง



แมลงดานา

๒๒๔
แมลงเอ๋ย แมลงดานา
เจ้าบินมาเล่นไฟบินไล่แสง
โบยบินวกวนว่อนจนอ่อนแรง
คนก็แย่งจับเจ้าเอาไปกิน

๒๒๕
เจ้าตัวผู้ เล็กดี มีกลิ่นฉุน
จึงมากคุณ เหลือดี ที่มีกลิ่น
คนที่ชอบน้ำพริกเป็นอาจิณ
ต้องถวิลโหยหาแมลงดาเอย


๒๒๖
หน้าโรงงานยังมีวงเวียนใหญ่
เขาเปิดไฟ ให้สง่า ดูผ่าเผย
ภาพโรงงานตั้งเด่นเห็นคุ้นเคย
กลางคืนเลยไล่แย่งจับแมลงดา

๒๒๗
ในบางคืนจับได้ใส่เป็นปี๊บ
ใส่ถุงหนีบเต็มมือวิ่งไล่ล่า
บางครั้งปลื้มจนลืมดูเวลา
ถึงตีสี่ ตีห้า ก็เคยมี

๒๒๘
ตัวเมียใหญ่ีไข่ฟูอยู่เต็มท้อง
มีคนจอง ซื้อผัด เป็นฉู่ฉี่
รสชาตินั้นเหมือนกุ้งกลิ่นหอมดี
ในบางที ก็ซัด ผัดกระเทียม

๒๒๙
ส่วนตัวผู้เหลือต้องดองน้ำปลา
กลิ่นฉุนพาอาหารในจานเยี่ยม
ปัจจุบัน เขาทำ เป็นกลิ่นเทียม
ไม่ต้องเตรียมซื้อหาแมลงดาจริง

@
๒๓๐
หลังโรงงานยังมีบ่อน้ำใหญ่
เก็บกักน้ำ ไว้ใช้
สำคัญยิ่ง
ต้องสูบน้ำเช้าเย็นเป็นระวิง
ระยะทิ้ง ห่างมา ห้ากิโลฯ

๒๓๑
ต้องตั้งเครื่องสูบน้ำสองสามช่วง
ด้วยเขาห่วงแรงดันมันอักโข
ท่อสูบน้ำ วางไป ดูใหญ่โต
ต้นทางโผล่ริมน้ำลำตะคลอง

๒๓๒
ลูกกุ้งปลาโดนดูดมาตามท่อ
มาลงบ่อกว้างใหญ่ใส่บึงหนอง
เวลานาน ผ่านไป ได้แต่มอง
อยากทดลองจับปลาเอามากิน

๒๓๓
ปลากระสูบใหญ่ยาวราวกว่าฟุต
มาดำผุดแหวกว่ายใกล้โขดหิน
ด้วยน้ำนิ่ง ลึกใส ไม่ไหลริน
จึงเห็นสิ้นมากมายหลายสิบตัว



ปลากระสูบ

๒๓๔
แอบเอาเบ็ดเกี่ยวเหยื่อเป็นเนื้อสด
ส่วนคันคด เอาไม้ ในไร่ถั่ว
ปล่อยสายยาวออกไปไม่พันพัว
กระตุกรัว สองครา ปลาก็กิน

๒๓๕
จับได้มาหนึ่งตัวกล้วใครเห็น
จึงแอบเร้นหมกตรงดงกระถิน
รีบไปบอก กับพ่อ พอได้ยิน
ตาแทบปลิ้นด้วยโกรธเป็นฟืนไฟ

๒๓๖
ว่าจับไว้ที่ไหนเอาไปปล่อย
อย่าให้เกิดร่องรอยใครสงสัย
ถ้าคนเห็น เอาบ้าง จะว่าไง
ถึงอย่างไร ที่นี้ มีบุญคุณ

๒๓๗
อย่าเที่ยวเห็นแก่ได้เอาแต่ตัว
เที่ยวทำชั่วแล้วใครจะเกื้อหนุน
เขามีแต่ เอื้อเฟื้อ คอยเจือจุน
ได้อบอุ่น อาศัย ในโรงงาน

๒๓๘
สำนึกผิดคิดกลับไปปล่อยปลา
เที่ยวเดินหา มัจฉา น่าสงสาร
แค่เวลา ผ่านไป ไม่เนิ่ินนาน
คงดิ้นพล่านลงสระแล้วกระมัง

๒๓๙
กลับไปบอกพ่อจ๋าปล่อยปลาแล้ว
พ่อเท้าเอว ตาแจ๋ว หน้าขึงขัง
แถมเกรี้ยวกราดตะหวาดส่งเสียงดัง
"มึงหันหลัง ไปดู ซิอะไร"

๒๔๐
แล้วผินหน้าเหลียวขวับมองกลับหลัง
ไอ้ด่างนั่ง คาบปลา เอามาให้
รีบนั่งลง ข้างหมา อย่างเร็วไว
ยกมือไหว้ขอโทษอย่าโกรธเลย

๒๔๑
พ่อไม่พูดเอาแต่จ้องเฝ้ามองมา
ส่งสายตาไม้เรียวไงลูกเอ๋ย
ไปเอามา จำไม่ได้ หรือไม่เคย
ต้องให้เอ่ย บอกเจ้า ถึงเข้าใจ

๒๔๒
แล้วสอนว่า มุสา นั้นไม่ดี
ศีลข้อสี่ ท่านห้าม เป็นข้อใหญ่
ปากพร่ำว่า ไม้เรียว ทำงานไป
สัญญาไว้ ต่อไป ไม่พานพบ

๒๔๓
แล้วจับซากปลาตายเอาไปฝัง
ไอ้ด่างนั่งเป็นเพื่อนเหมือนประจบ
เจ้าทำดี เกินหมา ไม่น่าคบ
ช่างน่าตบ นักหนา ไอ้หมาเวร

๒๔๔
ก็ต่อว่า ทำทีี่ มีโมโห
เจ้าตัวโตคลอเคลียลิ้นเลียเล่น
เจ้าจรจัดหลงมาหมาเหลือเดน
ทำพิเรน มุสา อายหมามัน

@