บทที่ ๓ สูงเนิน
********
๑๒๐
สอบไล่ปลาย ปีนั้น ชั้นปอห้า
เหมือนสั่งลา น้องพี่ ในที่เก่า
จากแม่น้ำลำคลองท้องลำเนา
ที่ทำเอา จิตใจ ให้รวนเร
๑๒๑
วัดชีโพน ที่ทโมน เคยอาศัย
จะอยู่ไป ใจมัน คอยหันเห
หากอยู่ต่อ ก็ไม่ช้า พากันเก
จะมากเล่ร้ายเพลินเกินเยียวยา
๑๒๒
พ่อจึงพา มาอยู่ ในที่ใหม่่
นับหนทางแสนไกลกันนักหนา
จากผักไห่ จังหวัด อยุธยา
ย้ายไปอยู่ ราชสีมา ณ สูงเนิน
๑๒๓
ได้อยู่ในโรงงานทอกระสอบ
ที่รายรอบ เขตคู ดูเผินเผิน
โรงงานใหญ่ น่าอยู่ ดูเจริญ
เห็นคนเดิน ในนี้ สามสี่พัน
๑๒๔
คนทำงาน เยอะดี มีเป็นผลัด
หน้าที่ใคร สันทัด เขาจัดสรรค์
เสียงเครื่องจักรก้องดังทั้งคืนวัน
เหมือนกับมันถูกบังคับห้ามหลับนอน
๑๒๕
พ่อพาไป สมัครเรียน ในที่ใหม่
แต่ช้าไป โรงเรียน เขาเปิดก่อน
แถมครูใหญ่ เอาแต่ เล่นแง่งอน
พูดยอกย้อน เสียใจ โต๊ะไม่มี
๑๒๖
เฝ้าอ้อนวอนร้องของอนง้อท่าน
ขอสงสารลูกนกกามาต่างที่
พ่อบอกว่า นั่งกับพื้น ก็ยินดี
ท่านก็ว่า อย่างนี้ ไร้ธรรมเนียม
๑๒๗
แม้นจะเข้า ให้ได้ จ่ายสองร้อย
มาใช้สอย ทำให้ ตัวใหม่เอี่ยม
พ่อนั่งอึ้ง ตอบไป ไม่ได้เตรียม
ถึงจะเขียม อย่างไร มีไม่พอ

๑๒๘
ต้องเดินจากออกมาน้ำตาร่วง
พ่อทักท้วง ขี้แย น่าหัวร่อ

กลับไปตั้ง หลักใหม่ ในโรงทอ
คิดกันต่อว่าจะทำอย่างไร
๑๒๙
แต่สุดท้าย ได้ดี กว่าที่คิด
อยู่ตรีมิตรวิทยาโรงเรียนใหญ่
ต่อปอหก ที่นี่ ดีสมใจ
สัญญาไว้ กับพ่อ ขอหมั่นเพียร
๑๓๐
จบปอเจ็ด เปอร์เซนต์ดี ได้ที่สอง
แพ้พี่น้อง ฝาแฝด คู่อ่านเขียน
สองคนครองหนึ่งสองของห้องเรียน
สุดท้ายเปลี่ยนฉันลงแทรกตรงกลาง

@
๑๓๑
พ่อทำงานโรงทอย้อมปอสี

ต้นปอนี้ นิยม ปลูกกว้างขวาง
ทั่วอิสาน นั้นมี ทุกที่ทาง
หลายย่านบาง เขียวขจี มีไร่ปอ
๑๓๒
ริมถนน หนทาง ในบางนั้น
เขาขุดกั้น คันดิน ทำเป็นบ่อ
ตัดเอาต้น ปอโยน หมกโคลนรอ
พอเน่าก็ ลอกเปลือก เลือกเส้นใย
๑๓๓
ถึงโรงงาน มากมาย หลายคันรถ
ซื้อทั้งหมด เขามี โกดังใส่
ขั้นตอนแรก คัดเกรด ประเภทใด
กำหนดไว้ ให้เห็น เป็นที่ทาง
๑๓๔
ขั้นต่อมา หน้าที่ของ เครื่องจักร
เป็นงานหนัก แยกใย ใช้เครื่องสาง
ลูกกลิ้งยักษ์ มีหนาม เป็นแนวราง
ออกอีกทางมองเห็นเป็นเส้นแบน
๑๓๕
ขั้นตอนสาง เสร็จเรื่อง ถึงเครื่องปั่น
เห็นเป็นง่าม หลายอัน เขาห้อยแขวน
หมุ่นจนใย กลายเป็นเชือก พุ่งม้วนแกน
เป็นเกลียวแน่น พันหลอดไม้ อยู่รายเรียง
๑๓๖
จากเครื่องปั่น จากนั้น ขั้นตอนต่อ
คือเครื่องกรอเข้าหลอดตามแนวเฉียง
จัดเส้นด้าย ราบเรียบ พันแนวเอียง
ทรงเหมือนเขียง หลายอัน ซ้อนกันกลม
๑๓๗
มีเครื่องสืบ ต่อไป ไว้ตรวจเส้น
หาให้เห็น ที่ขาด ไม่เหมาะสม
ม้วนลงบีมเป็นด้ายยืนดังผืนพรม
แล้วระดม กลิ้งไป ใส่เครื่องทอ
๑๓๘
ขั้นตอนทอ เพลินตา น่าสนุก
เขาประยุกต์ เครื่องจักร ทำงานต่อ
ใช้มอร์เตอร์ ส่งแรง รวดเร็วพอ
ด้ายนอนก็ พุ่งสลับ กับด้ายยืน
๑๓๙
ออกมาเป็น แผ่นผ้า ดูน่าจับ
เครื่องขยับ ส่งมา เป็นผ้าผืน
แกนม้วนผ้า ม้วนไป ไม่ม้วนคืน
ดูราบรื่น เป็นจังหวะ เคล้าคละกัน
๑๔๐
จากเครื่องทอ เสร็จเรื่อง เข้าเครื่องรีด
เรียบถึงขีด ก็จัด เข้าตัดบั่น
เครื่องตัดฉับ พอดี ทุกที่ีอัน
หลังจากนั้น ก็เย็บ จนเป็นใบ
๑๔๑
กลางริ้วมี สีเขียว ใส่ข้าวสาร
ริ้วสีม่วงใส่น้ำตาลทรายใบใหญ่
ทุกทุกวัน ได้เห็น จนเจนใจ
เคยเข้าไปทำงานหาค่าเทอม
๑๔๒
ได้ค่าแรงแพงจังตั้งแปดบาท
เป็นโอกาสเขาให้รายได้เสริม
ได้แบ่งเบาแรงพ่อพอเพิ่มเติม
ร้อนเหงื่อเยิ้มไม่เป็นไรได้สตางค์
๑๔๓
พ่อสู้ย้อม ปอสี เข้าปีี่ห้า
จึงได้เป็นหัวหน้าคุมหลายอย่าง
เพราะขยัน งานดี มีช่องทาง
ตำแหน่งว่าง เปลี่ยนที่ มีเงินเดือน

๑๔๔
เดิมค่าแรงรายวันนั้นลำบาก
ลาหยุดยาก ไม่มี ที่ใดเหมือน
สัปดาห์ใดหยุดไปเขาไม่เตือน
ใครแชเชือน ก็จัก หักค่าแรง
๑๔๕

ที่ดีหน่อย โรงงานมี ที่สนุก
เย็นวันศุกร์ ทุกที แต่งสีแสง
ฟลอร์รำวง วงใหญ่ เปิดไฟแรง
ได้แสดง ลีลา ท่ารำวง
๑๔๖
ไร้เครื่องเสียง ทันสมัย แค่ไมค์ช่วย
กลองชุดด้วย ตีมันมัน บรรเลงส่ง
หนุ่มสาวเต้น เป็นพัน น่างันงง
ร้องเพลงเชียร์ รำวง ก็ฉันไง
๑๔๗
สาวชมเปาะ ร้องเพราะ ลูกพ่อบ้าน
ส่งตาหวาน ออดอ้อน วอนเสียงใส
ทั้งสาวแก่ แม่ยก ยังติดใจ
คล้องมาลัย เชือกปอ ห้อยคอเต็ม
๑๔๘
ได้ฝึกการร้องเพลงบรรเลงถ้อย
ตั้งแต่น้อย เหมือนมี ที่ติวเข้ม
จับไมค์ได้ ทีใด ใจอิ่มเอม
ติดเหมือนเกมพาให้ใจชื่นบาน

๑๔๙

เมื่อเรียนจบเลยขั้นชั้นประถม
มีโรงเรียน มัธยม ไม่ไกลบ้าน
เป็นโรงเรียน ตั้งมา เวลานาน
ชื่อเรียกขาน สองคำ เหมือนอำเภอ
๑๕๐
ได้สมัคร เรียนต่อ ม.ศ.หนึ่ง
วันเวลา ยังซึ้ง ใจเสมอ
ได้พบคน ดีดี ที่อยากเจอ
หนึ่งในนั้น เบลอเบลอ ไม่รู้ใคร

@