บทที่ ๒ ที่เล่น
********
๗๖
หวนคำนึงนึกถึงในตอนเด็ก
ตั้งแต่เล็กได้อาศัยบ้านเศรษฐี
ผู้เลี้ยงดูแม่มาเหมือนบุตรี
อยู่บ้านนี้็เหมือนเป็นบริวาร

๗๗
ใต้ร่มเงาปั้นหยาเรือนห้าหลัง
อยู่ริมฝั่งน้ำในเขตไพศาล
มีรั้วรอบขอบชิดอ่าโอฬาร
รั้วและบ้านล้วนใช้ไม้สักทอง

๗๘
ครองที่นาไม่น้อยเป็นร้อยไร่
แต่แบ่งให้ ทำเช่า แทนเจ้าของ
เสร็จหน้านาได้ข้าวเอามากอง
แบ่งให้สองส่วนสามตามตกลง

๗๙
ทุกยามเย็นไม่ไกลใกล้หลังบ้าน
มีสถานหย่อนใจชวนใหลหลง
เด็กชอบเล่นแบ่งข้างบ้างเป็นวง
ชอบใจส่งเสียงอึงคะนึงไป

๘๐
บ้างก็เล่นไอ้เข้กะไอ้โขง
โขดดินโยงเป็นแอ่งหากันได้
คนที่เล่นวิ่งผ่านให้ว่องไว
คนตรงกลางต้องไล่จับให้ทัน

๘๑
ชอบนักหนาการเล่นกาฟักไข่
ขีดวงไว้สมมุติเป็นรังกั้น
เอาก้อนดินต่างไข่ใสวงครัน
คนในนั้น เป็นกา รักษาวง

๘๒

คนอยู่นอก ต้องชิง เอาไข่มา
หลอกล่อให้ อีกา นั่นใหลหลง
แล้วแย่งไข่ เอามา ตอนกางง
โดยเจาะจง คนหนึ่ง แย่งใบเดียว

๘๓
แม้นว่าใครแย่งไม่ได้จนไข่หมด
อัปยศโดนกาขี่้หน้าเขียว
หรือโดนกาจิกตีก็เป็นเทียว
ใครชาญเชี่ยวแคล่วคล่องไม่ต้องเป็น

๘๔
ที่โตหน่อยพวกพี่เล่นตี่จับ
แบ่งข้างนับเท่ากันประชันเล่น
ขีดเส้นแบ่งกำหนดเป็นกฏเกณฑ์
สองข้างเผ่นโผนบุกทีละคน

๘๕
ฝ่ายข้างบุกกินแดนต้องร้อง"ตี่
"
กลั้นหายใจ อึดดี ย่อมมีผล
กางมือแขน เตรียมตี ฝ่ายข้ามตน
ที่ถอยร่น ตั้งรับ คอยจับตัว

๘๖
แม้ตีถูกตัวใครฝ่ายตรงข้าม
ก็หมายความได้เชลยมาเย้ยยั่ว
ถ้าถูกฝ่าย หนึ่งจับ ขาดเสียงรัว
ตกที่นั่งหมองมัวเช่นเดียวกัน

๘๗
เด็กเล็กหน่อยยังอ่อนเล่นซ่อนหา
เจ้าคนเป็น ปิดตา นับเลขลั่น
นับหนึ่งสองแล้วสิบเสร็จเร็วพลัน
สามสี่นั่น ข้ามไป เหมือนไม่มี

๘๘
พวกต้องซ่อนวิ่งบังกองฟางข้าว
บ้างโกยอ้าวหลบไปอยู่หลายที่
เสี้ยง"โป้งก้อย โป้งจุก" สนุกดี
บ้างไล่ตี วิ่งแปะ คนที่เป็น

๘๙
การเล่นของเด็กไทยสมัยก่อน
มีหลายตอนเด็กรุ่นใหม่ไม่เคยเห็น
แฝงอุบายส่งเสริมเติมประเด็น
ช่วยสร้างความ ร่มเย็น ในชุมชน

๙๐
ถึงอยู่ห่างทางไกลหลายสิบเส้น
ดูเหมือนเช่นใกล้ไกลไม่มีผล
รู้จักชื่อ จดจำ ทั่งตำบล
แม้ยากจน ร่ำรวย ช่วยประทัง

๙๑
ย่างเข้าเดือนมกราใกล้หน้าแล้ง
น้ำเริ่มแห้งขอดคลองทั้งสองฝั่ง
ทั้งกุ้งปลาตกคลักมากประดัง
สนุกจังชวนน้องไปไล่จับปลา

๙๒
แอบเอามุ้งใหม่ใหม่ของใช้แม่
ทำเป็นแห อวนข่าย ไม่ต้องหา
สองมือดึงคนละข้างลากมุ้งพา
จับลูกกุ้ง ลูกปลา มาต้มแกง

๙๓
เดือนกุมภา พุดซา ต้นหลังบ้าน
ทุกกิ่งก้าน ออกดอก ออกลูกแข่ง
รสชาติดีนักหนาน่าขายแพง
เคยปีนแย่งกันเขย่าเอาผลกิน

๙๔
สัตว์เลี้ยงโปรดนักหนาคือปลาเข็ม
รูปเหมือนเล่มเข็มมีทุกที่ถิ่น
ชอบว่ายตาม ผิวน้ำ ไหลรินริน
เด็กเด็กชิน ไล่
ช้อน ต้อนกะลา



ปลาเข็ม

๙๕
เลือกตัวผู้ ดูดี สีหางสวย
เหลืองแดงจุด ดำช่วย งามสง่า
ตัวเมียใหญ่ อุ้ยอ้าย ไม่นำพา
ช้อนได้มา ขังไว้ ให้กัดกัน

๙๖
เหมือนใจดำ แท้แท้ รังแกสัตว์
แต่วิถี ทางชัด ถูกจัดสรรค์
แต่โบราณ นานมา มีพนัน
รู้ได้เสีย เดิมพัน ก็ปล่อยไป

๙๗
ย่างเข้าเดือนเมษายามหน้าร้อน
ที่นาดอนเตรียมการเข้าหว่านไถ
พลิกผืนดิน บ้างเอา ซังเผาไฟ
กำจัดไล่ มดปลวก พวกแมลง

๙๘
ชวนเพื่อนพ้องท้องนาหาจิ้งหรีด
ที่ร้องกรีด ปีกสั่น มาขันแข่ง
เลือกเอาตัว ดีดี สีทองแดง
เปลือกหอยโข่ง ดัดแปลง เป็นรังนอน

๙๙
วิธีดู ตัวใด ใช่ตัวผู้
ให้มองดู ปีกหลัง ที่บังก่อน
เป็นเส้นลาย กลมรี มีโง้งงอน
สลับย้อนเคี้ยวคด แลงดงาม



จิ้งหรีด

๑๐๐
คัดเอาตัวแข็งแกร่งเจ้าตัวกลั่น
ส่งเสียงลั่นลีลาน่าเกรงขาม
เห็นตัวเมีย ครั้งใด วิ่งไต่ตาม
ชอบคุกคาม ผู้อื่น ตื่นกระเจิง

๑๐๑
จับคู่เปรียบเทียบกันประชันกัด
ให้รู้ชัด กันไป ว่าใครเหลิง
ว่าเป็นต่อ ก็ต้อง ประลองเชิง
ของใครหนี เปิดเปิง ก็ปราชัย

๑๐๒
จะกล่าวหา ว่าอีก คนใจดำ
ว่าไม่มี ศีลธรรม อีกใช่ไหม
ทีเขาเลี้ยง ไว้ทาน บานตะไท
จับทอดใส่ในกระทะทั้งยังเป็น

๑๐๓
ใช่ยอกย้อน วกวน ให้หม่นไหม้
มีถมไป เรื่องราว ไม่เคยเห็น
ทั้งรุนแรงโหดร้ายหลายประเด็น
ทั้งยากเย็นที่จะเล่าให้เข้าใจ

๑๐๔
เลี้ยงแบบสร้าง สรรค์นี้ ก็มีอยู่
ถ้าอยากรู้ นะเจ้า จะเล่าให้
ย่างเยือนเดือนกรกฎาคราใด
ไม่เว้นได้ เห็นมัน ทุกวันเชียว

๑๐๕
เป็นแมลงโผผินบินเหมือนนก
ศรติดอกเหมือนพระอินทร์ตัวสีเขียว
ทั้งสวยสด งดงาม ปีกยาวเรียว
บินตามเกี้ยว จับคู่ อยู่ด้วยกัน

๑๐๖
ตัวใหญ่สุดนั้นยาวราวสองนิ้ว
สองปีกหิ้วโบยบินทางสั้นสั้น
ชอบเกาะต้นมะขามเทศเป็นเขตมัน
ดูสีสัน เงางาม อร่ามตา



๑๐๗
เจ้าตัวนี้ มีนาม แมลงทับ
ชอบเกาะจับ"ขามเทศ"เป็นภักษา
นิยมเลี้ยง เอาไว้ ออกไข่มา
เด็กเด็กหาเลี้ยงเล่นเป็นตัวเมีย

๑๐๘
ตัวผู้เล็กเสียที่ไม่มีไข่
จึงจับไถ นาพนัน แข่งกันเสีย
จับหงายท้อง หมุนปั่น จนมันเพลีย
แอ่นบินไป ใส่เกียร์ เหมือนไถนา
(รู้สึกไม่ดี ไปอ่านข้อ ๙๐)

ภาพแมลงทับไถนา

แมลงทับไถนา
๑๐๙

เจ้าตัวเมียออกไข่เหมือนไก่แท้
แต่ละฟองมองแลเล็กนักหนา
ทั้งสีสัน สัดส่วน ดังย่อมา
เหมือนไข่ไก่ ตุ๊กตา ดูน่าชม

๑๑๐
แมลงทับเป็นสัตว์อายุสั้น
พอสืบพันธุ์ก็ต้องตายกายทับถม
เหลือแต่ปีกคู่เดียวสีเขียวคม
คนนิยมนำมาทำเป็นกำไล

๑๑๑
บ้างร้อยพวงพราวพร่างเป็นต่างหู
ทำเข็มกลัดอันหรูติดเสื้อใหม่
บ้างแซมเพชรพราวเพริศเฉิดไฉไล
คิดคิดไป แล้วน่า อิจฉาจริง



ต่างหูปีกแมลงทับ

๑๑๒
เจ้าเกิดมาใช้เวลาอยู่เพียงน้อย
ประโยชน์พลอยล้ำค่ากว่าหลายสิ่ง
ดีกว่าคนกลิ้งกลอกหลอกเป็นลิง
คิดแล้วยิ่ง ด้อยค่า กว่าแมลง

๑๑๓
ย่างเข้ากลางพรรษาในหน้าฝน
สองฝั่งชล เอ่อล้น ทุกหนแห่ง
หางนกยูงแข่งกันออกดอกส้มแดง
ผืนดินแห้ง ก็ได้น้ำ จนฉ่ำนอง

๑๑๔
เปลี่ยนให้เนินกลางนามาเป็นเกาะ
เคยลัดเลาะพายเรือไปเที่ยวท่อง
เฝ้าสอดส่ายสายตาแหงนหน้ามอง
เอามือป้อง แถวพง ดงสะแก

๑๑๕
หาเจ้าตัว ปีกแข็ง ที่มีเขา
คือด้วงกว่าง คัดเอา ตัวแก่แก่
เลือกเขาโง้ง ปุ้มสั้น ไม่หันแล
เจ้าตัวแม ่ไร้เขา ไม่เอามา

ด้วงกว่าง

๑๑๖
จับเจ้าขังหวังเพียงมาเลี้ยงเล่น
เอาไว้เป็นเพื่อนเหงาเท่านั้นหนา
จับผูกเขา ให้บินร่อน ว่อนไปมา
ก็เพลินตา เพลินใจ ไปวันวัน

๑๑๗
แต่ผู้ใหญ่จับมาเที่ยวท้าขวิด
อ้างชนิด ของกีฬา พาสุขสันต์
ที่ภาคเหนือ นิยม ให้สู้กัน
บ้างยกย่อง เจ้านั้น เป็นขุนพล

๑๑๘
ใช้ตัวเมีย เรียกกว่าง แม่อีหลุ้ม
มาสร้างมุม ล่อตัวผู้ ให้สับสน
ผ่าลำไผ่ ตรงกลาง เจาะรูบน
ทะลุจน เห็นข้างล่าง กว่างตัวเมีย

ข้อมูลจาก http://www.moohin.com/trips/chiangmai/kwang/

๑๑๙
สองตัวผู้ อยู่บน เข้าชนหนีบ
เอาเขาคีบ พุ่งใส่ อย่างได้เสีย
เหมือนเอาใจเจ้าของที่ร้องเชียร์
สู้จนเพลียแพ้พ่ายก็จ่ายกัน



กว่างชนกัน

๑๒๐
มีชุมชน หลายบาง ทางเชียงใหม่
เขารู้ใช้ ด้วงกว่าง ทางสร้างสรรค์
เหมือนกับเป็น ประเพณี มานานวัน
สร้างสัมพันธ์ รวมกลุ่ม ให้ชุมชน

๑๒๑
อันคนเรา อยู่นาน จนป่านนี้
ต่างกันที่ ต้นทุน บุญกุศล
มีสุขทุกข์รวยมากหรือยากจน
ก็ด้วยผล ของกรรม ที่ทำมา

๑๒๒
เป็นเหตุผลทางวิทยาศาสตร์
อย่าอ้างชาติก่อนใดให้ค้นหา
เมื่อทำดี ผลดี มีทุกครา
อาจมีช้า ไปบ้าง ก็ต้องมี

๑๒๓
แม้ไม่ได้โดยตรงก็ส่งผล
ให้ลูกหลานของตนมาแทนที่
มรดก ตกทอด แห่งความดี
เสริมราศรีงดงามความเป็นคน

๑๒๔
จะจบบท สารพัด เรื่องสัตว์เลี้ยง
ด้วยหวังเพียง เล่าไป ใช่่หวังผล
ครูคณิต เขียนกลอน ดูชอบกล
เดี๋ยวครูคน สอนไทย หมั่นไส้เอา

@