บทที่ ๑๐ ผู้ร่วมเดินทาง

*********

๕๖๓
พุทธองค์ทรงตรัสสอนสัตว์โลก
ที่ทุกข์โศกด้วยกิเลสเฝ้าหลอกหลอน
ประกอบกิจ การใด ใฝ่้สังวร
ทุกขั้นตอนแม้นประมาทอาจวอดวาย

๕๖๔
ทรงสั่งสอน มัคคสัจจ์กำจัดทุกข์
ชี้ทางสุขให้ปวงชนคนทั้งหลาย
ได้มีสิ่ง ยึดเหนี่ยว ไม่เดียวดาย
หมดอบาย บรรลุ สาธุชน

๕๖๕
หนึ่งเชื่อมั่น ความดี มีในโลก
ใช่เป็นเรื่องอุปโลกน์ไ้ร้เหตุผล
เชื่อความดีสร้างโลกได้น่ายล
ชั่วร้ายล้น พ่ายแพ้ แก่ความดี

๕๖๖
สองคิดแต่ สิ่งดี มีประโยชน์
ไม่ก่อโทษ สารพัด ที่บัดสี
ไม่อิจฉา ใฝ่ต่ำ คอยย่ำยี
เฝ้าคอยทีแก้แค้นผู้ขุ่นเคือง

๕๖๗
สามพูดจา พาที ที่ไพเราะ
ฟังเสนาะ ชื่นใจ ไม่เกิดเรื่อง
อย่านินทาว่าร้ายน้ำลายเปลือง
ชอบคุยเขื่อง มุสา ไม่น่าคบ

๕๖๘
สี่ทำดีความหมาย ดูหลายหลาก
ทำูไม่ยาก ทุกคน เคยประสบ
ทำอย่างไรอธิบายหลายคำรบ
แต่เกิดมาไม่เคยพบใช่หรือคน

๕๖๙
ห้า หากินพอเพียงเลี้ยงชีวิต
สุจริต กายใจ ไม่สับสน
ไม่เบียดเบียนคนอื่นเพื่อตัวตน
ไม่ฉ้อฉลโกงกินก่อเวรกรรม

๕๗๐
หก มานะพยายามประกอบกิจ
เพื่อพิชิต ความจน ผลชื่นฉ่ำ
ไม่ท้อแท้ เบื่อการ งานประจำ
ตั้งใจทำ ให้ดี ทุกทีไป

๕๗๑
เจ็ด ทำการ งานใด ใช้สติ
อย่าอุตริ จนเห็น เป็นนิสัย
อย่าตีอก ชกหัว ยามมีภัย
คำไทยไทย ว่าไว้ ใจเย็นเย็น

๕๗๒
แปด ตั้งมั่นดวงจิตให้พิสุทธิ์
จะเยี่ยมยุทธเรียนอะไรได้้ดีเด่น
แม้ปัญหามากมายคลายประเด็น
ผ่านทุกข์เข็ญดีีเลิศเกิดปัญญา

@

๕๗๓
อุตส่าห์จำ ขึ้นใจ ได้แต่น้อย
แต่ก็พลอยพลาดพลั้งไม่เดียงสา
โลกมากล้น เรื่องราว เหลือคณา
ถึงศึกษา เพียงใด ไม่จบเลย

๕๗๔
เรื่องความทุกข์แต่หลังเคยพลั้งพลาด
น่าอนาถ อับอาย ไม่ควรเอ่ย
ถ้าประโยชน์เพียงส่วนควรภิเปรย
น่าเฉลย ความรู้ สู่ผองชน

๕๗๕
การหาเพื่อนร่วมสร้างทางชีวิต
หาเพื่อนผิดไม่เว้นต้องหมองหม่น
แม้หนทาง รันทด สู้อดทน
ทุกข์ยากล้น พารู้ ในน้ำใจ

๕๗๖
ระยะวัน เวลา พาพิสูจน์
อย่าเพิ่งพูดแรกเห็นบอกว่าใช่
เหมือนถูกหวยรวยเบอร์ละเมอไป
เฝ้าคลั่งไคล้นักหนาว่าโชคดี

๕๗๗
เหมือนได้เงินได้ทองกองเต็มตัก
เปรียบความรักของคนเต็มล้นปรี่
เนิ่นนานวันจ่ายใช้ไม่ปราณี
ก็ต้องมี หมดหน้าตัก เข้าสักวัน

๕๗๘
สอบก่อนเรียนคะแนนเจ้าสูงลิ่ว
ครูยกนิ้ว ใช่เลย นี่ศิษย์ฉัน
พอเรียนจบ ที่ได้ อะไรกัน
คะแนนนั้นของเธอหรือของใคร

๕๗๙
ความคาดหวังของใจในมนุษย์
ไม่สิ้นสุด พอดี อยู่ที่ไหน
ด้วยต้นทุนของความพึงพอใจ
แต่ละคนมีไว้ไม่เท่ากัน

๕๘๐
เมื่อมีมากพร่องไปให้หงุดหงิด
ด้วยเฝ้าคิดเพิ่มให้ได้ดังใจฝัน
เมื่อไม่สมปรารถนาก็จาบัลย์
แม้สิ่งนั้น ยังคง ดูใกล้เคียง

@
๕๘๑
คำปู่เย็น คนดัง แห่งเมืองเพชร
รายการเด็ดคนค้นคนสร้างชื่อเสียง

มีปรัชญา กินอยู่ รู้พอเพียง
เป็นอย่างเยี่ยง ผองชน ผู้สนใจ


๕๘๒
อยู่กับเรือ ลำเดียว ที่เที่ยวท่อง

ใช้แม่น้ำ ลำคลอง อยู่อาศัย
หาปูปลา ลงข่าย มันเรื่อยไป
ก็พอได้ อาศัย เลี้ยงชีว

๕๘๓
ท่านเปรยว่า ชีวิต คนทั้งหลาย
ตั้งแต่เกิด จนตาย ทุกคนนี่
ต้องเดินผ่านวันเวลาทุกนาที

เปรียบเรานี้ก้าวเดินข้ามสะพาน

๕๘๔
เมื่อคลองใหญ่สะพานเขาทำโค้ง
เพื่อเชื่อมโยง ทางไป ให้เดินผ่าน
เมื่อเริ่มขึ้นผู้แข็งแรงย่อมเบิกบาน
ผู้อ่อนแอค่อยค่อยคลานกันขึ้นไป

๕๘๕
อุปมา อุปไมย ได้ลึกซึ้ง
ให้คิดถึง ความมีจน ของคนได้
ผู้มั่งมี เพลิดเพลิน จำเริญใจ
ดูว่องไวยามสาวเท้าก้าวเดิน

๕๘๖
ผู้ขัดสน ซึมเซื่อง แลเชื่องช้า
หากแม้นว่าไม่ย้อมแพ้แม้ขัดเขิน
ก็ไปได้ ถ้าหัวใจ ไม่หวาดเกิน

ย่อมถึงยอดของเนินกลางสะพาน

๕๘๗
แต่อีกฟากฝั่งคลองมองไม่เห็น
ด้วยสะพานโค้งเป็นเช่นเหมือนม่าน
คอยบังตาไม่อาจมองคาดการณ์
แม้ก้าวผ่าน จะประสบ พบสิ่งใด

๕๘๘
เหมือนไม่รู้โชคชะตาอนาคต
ปุถุชน กำหนด หามีไม่
อ้างอินทร์พรหมยมพญาชักพาไป
บอกกล่าวไว้ตามที่เห็นว่าเป็น "ดวง"

๕๘๙
ขึ้นสะพาน เปรียบไว้ วัยสาวหนุ่ม
ยังกระชวย กระชุ่ม แห่งวัยช่วง
กลางสะพาน กลางคน ชนทั้งปวง
วัยเลยล่วงเหมือนก้าวส่งลงสะพาน

๕๙๐
บางคนมี เป้าหมาย ในชีวิต
เชื่อสนิทในวัฏสงสาร
หวังกุศลผลบุญหนุนวิญญาณ
หมายสำราญ ยังแดน สุขาวดี


๕๙๑
ธรรมชาติสร้างมนุษย์สุดล้ำเลิศ
ให้ก่อเกิดผิวพรรณหลายหลากสี
แบ่งขอบเขต ผู้คน ในปฐพี
สร้างถิ่นที่ ให้อยู่ ดูสมควร

๕๙๒
เมื่อถึงวัย เจริญพันธุ์ สรรหาคู่
ยามได้อยู่ ด้วยกัน ใจปั่นป่วน
บ้างสมหวัง สมคิด จิตรัญจวน
บ้างผิดหวังคร่ำครวญเฝ้าฟูมฟาย

๕๙๓
ก็เหมือนคน ทั่วไป ใฝ่หารัก
ด้วยประจักษ์ รักใช่ เรื่องเสียหาย
เหมือนหาเพื่อนเดินทางไว้ข้างกาย
ช่วยกันหา ความหมาย แห่งชีวิต

@

๕๙๔
ด้วยลูกรัก อยากให้ พ่อนี้เล่า
แม่กับพ่อ ของเจ้า ใยถูกจิต
จะบอกให้ไม่ปิดบังแม้เพียงนิด
ว่าแรกคิด อย่างไร เมื่อได้เจอ

๕๙๕
แม่เหมือนน้อง ผู้ร่วมงาน บรรจุใหม่
คิดในใจเหมือนคุณหนูดูเอ๋อเอ๋อ
เหมือนเพิ่งห่างบ้านมาท่าเซอร์เซอร์
นิสัยเธอ เงียบเงียบ เรียบร้อยดี

๕๙๖
ดูผิวพรรณ คงไม่ เคยลำบาก
คงจะยาก แม้นต้อง สอนที่นี่
จริงดังว่า ไม่นาน ปัญหามี
อยู่ได้ผ่าน ครึ่งปี เริ่มเกเร

๕๙๗
เริ่มขาดงาน โรงเรียน ก็ไม่เข้า
เด็กเด็กเฝ้า รอคอย อย่างสนเท่ห์
ท่านครูใหญ่ สงสัย ว่าลังเล
คาดคะเน ว่าไม่อยาก สอนต่อไป

๕๙๘
จึงเรียกพ่อ เข้าพบ นั่งปรึกษา
ว่าปัญหาอ.กานดาอยู่ตรงไหน
ทั้งบ้านช่อง เขามี อยู่ที่ใด
เราจะได้ ไปพิสูจน์ พูดคุยกัน

๕๙๙
ถึงวันไป ครูใหญ่ ติดธุระ
เลยต้องจะฉายเดี่ยวอีกแล้วฉัน
แถวห้วยขวางเคยไปอยู่หลายวัน
บ้านเธอนั้น คงหา ไม่ยากเย็น

๖๐๐
ถึงตลาด ห้วยขวาง กางที่อยู่
บ้านคุณหนู อยู่ไหน ไม่เคยเห็น
หาถนน ประชา ราษฎร์บำเพ็ญ
ที่ไหนเป็น ที่นั้น ฉันต้องไป

๖๐๑
ถามแม่ค้า ชี้มือ ว่าทางโน้น
เสียงตะโกน ว่าตัด ถนนใหม่
เป็นลูกรัง ฝุ่นแดง ต้องเดินไกล
มอร์เตอร์ไซค์ รับจ้าง ยังไม่มี

๖๐๒
มีคนแนะ นำว่า มีท่ารถ
ซูบารุ ทั้งหมด จอดที่นี่
นั่งโดยสารต่อไปสบายดี
ขึ้นรถที่หน้าตลาดเกียรติธงชัย

๖๐๓
รถวิ่งผ่านสี่แยกสังเกตุชัด
เขาเริ่มตัดเป็นถนนดูกว้างใหญ่
รัชดา ภิเษก สายนี้ไง
ก่อนนั้นไซร้ ยังเห็น เป็นลูกรัง

๖๐๔
ถึงท้ายซอยที่หมายก็ใกล้ถึง
เป็นที่ซึ่ง บ้านมี ไม่กี่หลัง
ดุ่มดุ่มเดินหวั่นหวาดระมัดระวัง
ใจหนึ่งหวังอย่าเจอหมาดุเลย

๖๐๕
ด้วยแต่งชุดสีกากีที่ตัดใหม่
เหมือนคนเก็บค่าไฟเพื่อนเคยเอ่ย
บ้างก็ว่าเหมือนตำรวจมาดเชยเชย
บ้างก็เปรย เหมือนกำนัน เป็นงั้นไป

๖๐๖
บ้านหลังหนึ่งเลขมีเหมือนที่จด
ล้อมรั้วหมดสังกะสีหลังไม่ใหญ่
สังเกตุดู มีรู มองข้างใน
เห็นผู้คน จั่วไพ่ นั่งเป็นวง

๖๐๗
เปลี่ยนมุมมองเรื่อยไปใจเสาะหา
ก็พบคน ที่ว่า ดังประสงค์
นั่งล้างจาน เรียงวาง อย่างบรรจง
เจ้าตัวคง อยู่รับใช้ ใครกระมัง

๖๐๘
เฝ้าจ้องดูเพลินตาภาพน่ารัก
จะเรียกทัก แต่ใจ ไม่กล้า่สั่ง
จะอ้าปาก พลันมี เสียงอื่นดัง
ประโยคฟังเสียงตะโกน"ตำรวจมา"

๖๐๙
เสียงโครมครามวุ่นวายภายในบ้าน
บ้างพลุ่งพล่าน แย่งไพ่ หมกในผ้า
บ้างแย่งเข้าห้องน้ำล้างหน้าตา
บ้างทำท่า รีดผ้า ทั้งไร้ไฟ

๖๑๐
จึงออกตัวไม่ใช่ตำรวจครับ
ต่างหันควับมองหาผู้มาใหม่
หญิงหนึ่งด่า ตาบ้า มาทำไม
เล่นเอาฉัน ตกใจ แทบเป็นลม

๖๑๑
ผู้พร่ำบ่นนุ่งผ้าถุงกระโจมอก
ท่างันงก เอามือ เสยปอยผม
พลางล้วงมือในกระเป๋าคว้ายาดม
บ่นเสียงขรมเล่นบ้าบ้าพาตกใจ

๖๑๒
แนะนำตัวนอบน้อมยอมรับผิด
เข้าประชิดปลกปลกยกมือไหว้
ปากก็พร่ำ งอนง้อ ขออภัย
ที่ทำำให้ น้าน้า เสียอารมณ์

๖๑๓
จึงแจ้งเหตุ ที่มา หาบ้านนี้
ด้วยเหตุที่ครูใหญ่เขาใช้ผม
ฝากหนังสือราชการส่งจากกรมฯ
มาชื่นชม ว่าน้อง ผ่านลองงาน

๖๑๔
เห็นหยุดไปนานนั้นท่านเป็นห่วง
หลายวันล่วงผ่านไปไร้ข่าวสาร
จึงส่งผมมาสังเกตุดูเหตุการณ์
หาถึงบ้านถึงช่องคลายข้องใจ

๖๑๕
น้ำเย็นเย็น ส่งผ่าน ประสานรับ
ส่งสายตา แต่กลับ หลบตาให้
ส่งคำถาม สองคำ ถามย้ำไป
ป่วยเป็นไร ใยไม่ ไปทำงาน

๖๑๖
ไร้คำตอบเมินเฉยไม่เอ่ยรับ
หมุนตัวกลับเข้าไปข้างในบ้าน
คุณน้าคน รีดผ้า ส่งสัญญาณ
โบกมือผ่านขยิบตาอย่าเพิ่งคุย

๖๑๗
คนโบกมือนี้ไงยายของเจ้า
รู้ทางเข้า ด้านนี้ เห็นทีฉลุย
ส่วนตาเจ้าไว้หนวดมาดลุยลุย
ยืนหน้ามุ่ย มองมา ดูน่าเกรง

๖๑๘
เหมือนบ่อแหนโดนหินเขาโยนใส่
เปรียบวงไพ่ วงนี้ ปรับตัวเก่ง
เหตุสงบ จั่วต่อ ไปตามเพลง
ตัวพ่อเอง เลยเป็น ขาประจำ

๖๑๙
เล่นกันไปคิดกันไปไพ่รัมมี่
จะกินที จ่ายที ให้นึกขำ
เป็นชั่วโมงสะสมให้แต้มนำ
จึงมาคำนวณให้หักจ่ายกัน

๖๒๐
เล่นทั้งคืนนับไปเสียหลายบาท
น่าอนาถ นึกมา ช่างน่าขัน
ตีไพ่โง่ ให้เขา ได้กินยัน
ด้วยตานั้นไม่ค่อยมองไพ่ให้ดี

๖๒๑
ก็สายตาเอาแต่มองแม่เจ้า
เลยเล่นเหมือนคนเมาอยู่ผิดที่
ตีไพ่ให้ แม่ยาย กินหลายที
เป็นอย่างนี้ นี่เรา ต้องเอาคืน

@

๖๒๒
อันวงไพ่ บ้านนี้ ดูประหลาด
มีแต่ญาติ ไม่มี คนที่อื่น
แต่ร่วมวง เล่นไพ่ ได้ยั่งยืน
ดูสดชื่น กันดี แบบพี่น้อง

๖๒๓
วันเวลาผ่านไปไม่นานนัก
เริ่มประจักษ์แก่ใจได้เกี่ยวข้อง
เกิดเยื่อใย รู้สึก ให้นึกปอง
ใจร่ำร้อง ทุกที ที่ห่างไกล

๖๒๔
ญาติพี่น้อง เขาไว้ใจ ได้รับรู้
คิดถึงอยู่ แกล้งมา หาเล่นไพ่
ตาของเจ้า เฝ้าดู เหมือนรู้ใจ
บางครั้งใช้ ไปซื้อ ของด้วยกัน

๖๒๕
เขาสงสารคนบ้านไกลไร้ที่อยู่
ยายเจ้าชู ว่าพ่อมี พรสวรรค์
เลยรีบกอบโกยคะแนนเป็นพัลวัน
เพื่อสร้างฝัน ที่เห็น ให้เป็นจริง

๖๒๖
มีฝีมือ เรื่องใด ใส่เต็มร้อย
มิได้คอย ให้
เอื้อน เตือนทุกสิ่ง
มิเคยโดน ตำหนิ เฝ้าติติง
จะจีบหญิงอิงญาติไม่พลาดเลย

@

๖๒๗
แม้นจะคิดรักใครอย่าใส่ร้อย
เริ่มนิดหน่อยก็พอหนอลูกเอ๋ย
แม้นเต็มถัง แรกเห็น หากชิดเชย
กาลล่วงเลยพร่องลงไม่คงทน

๖๒๘
ติดตามไป ให้รู้ ดูบ้านช่อง
ญาติพี่น้องอยู่ไหนในแห่งหน
เขาลำบากยากดีมี
หรือจน
ทั้งเป็นคน ทำงาน การอะไร

๖๒๙
แม้รู้เขา เราดี ที่ได้รู้
จะได้ดู ทางที หนีที่ไล่
จะจบการ หรือสานต่อ ก็ว่าไป
อย่าเผลอใจผลีผลามตามอารมณ์

๖๓๐
เบญจศีล นั้นหนอ ข้อที่สาม
พระท่านห้ามจำเพาะสุดเหมาะสม
ว่ากาเม สุมิจฉา พาระทม
ต้องตราตรม ทั้งชีวิต เป็นนิจา

๖๓๑
อย่าดำรงชีวิตอย่างผิดคู่
จะอดสู ย่ำแย่ แต่ปัญหา
แม้ผัวเมีย เขามี อย่านำพา
แม้นหมายตาพร่ำเพ้อจะเจอตอ

@

๖๓๒
ยี่สิบสามสิงหาห้าสองสาม
มีฤกษ์งาม ยามดี วันนี้หนอ
ร่วมเป็นทองแผ่นเดียวสมที่รอ
เข้าเรือนหอครองคู่อยู่ด้วยกัน


๖๓๓
จึงได้เริ่มเดินทางสร้างชีวิต
มีคู่คิด ก้าวไป ใจจึงมั่น
เพิ่มสายใยแน่นเหนียวทบเกลียวพัน

ให้สองใจเรานั้นเป็นหนึ่งเดียว

@